5 ข้อต้องรู้ เบื้องหลังทำคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จ

หนึ่งในความจริงที่ชาว Content Marketer ยอมรับกันมากขึ้นก็คือ ทุกวันนี้ โซเชียลมีเดียไม่ใช่เครื่องมือที่จะคอยช่วยพาผู้อ่านเข้ามาหาคอนเทนต์ของเราได้อีกต่อไป แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ต่างๆ เริ่มดำเนินตามกลยุทธ์ของตัวเอง และผลักให้นักการตลาดต้องหันไปหาหนทางในการเอาตัวรอดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฟอร์บส์ มีคำแนะนำจากผู้อำนวยการทีมโซเชียลมีเดียของบริษัทอย่าง Shauna Gleason มาฝากบรรดานักการตลาด 5 ข้อด้วยกัน ดังนี้

1. มองการใช้ Influencer ไว้บ้าง ข้อนี้เป็นความสำเร็จของฟอร์บส์ ที่สามารถสร้างผู้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่สนใจในธุรกิจเทคโนโลยีและบันเทิงได้ผ่านการใช้ Influencer อย่างนางแบบสาว Karlie Kloss และศิลปิน The Weeknd ซึ่งคอนเทนต์เหล่านี้ โดยทั่วไปแล้วอาจไม่สามารถเตะตากลุ่มวัยรุ่นหรือคนเริ่มทำงานได้เลย คำแนะนำจาก Gleason สำหรับกรณีนี้คือ ธุรกิจอาจต้องมอง Influencer เอาไว้บ้าง ในวันที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างเดียวไม่อาจช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากเหมือนเมื่อก่อน

2. มีกลยุทธ์ที่ดี คำแนะนำของ Gleason ข้อที่ 2 ก็คือการคิดอย่างมีกลยุทธ์เสมอ นั่นคือ บริษัทต้องมีเป้าหมาย มีแผนงาน และมีบุคลากร หรือทรัพยากรที่จะมาทำให้เป้าหมายนั้นบรรลุผล และถ้าพบว่าบางอย่างไม่เป็นไปตามแผน ก็ควรหยุดถามตัวเองด้วยว่า มันคุ้มค่าที่จะทำต่อไหม สิ่งที่จะส่งออกไปนั้นจะมีความหมายอย่างไร และผู้ติดตามจะรู้สึกว่า ได้รับเมสเสจเยอะไปหรือเปล่า เหล่านี้เป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องหมั่นถามตัวเองอยู่เสมอ

3. ใช้ดาต้าให้เป็นประโยชน์ ในจุดนี้ Gleason เล่าว่า เธอและทีมจะมีการประชุมกันถึงประสิทธิภาพของแต่ละแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นรายสัปดาห์และรายเดือน เนื่องจากดาต้าที่ได้จากแพลตฟอร์มเหล่านั้นจะชี้ว่า แนวทางการสร้าง Engagement ของบริษัทเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เพื่อสร้างการติดตามบนทวิตเตอร์ให้ได้มากขึ้น ทีมของ Gleason เคยใช้นักเขียนของฟอร์บส์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวงการบันเทิงเกาหลี มาร่วมสร้างคอนเทนต์ ซึ่งสามารถสร้างผู้ติดตามบนทวิตเตอร์ได้มากขึ้นมาแล้ว Gleason ฝากไว้ด้วยว่า ทีมงานที่ช่วยวิเคราะห์ด้านดาต้าเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะจะทำให้บริษัทได้เห็นว่าสามารถเพิ่ม Engagement ได้อย่างไร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการติดตามบนช่องทางต่างๆ ได้ และทำให้การสร้างคอนเทนต์สำหรับแต่ละแพลตฟอร์มดีขึ้นด้ว

4. ติดตามข่าวของแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างใกล้ชิด แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น กรณีของเฟซบุ๊กที่ต้องต่อกรกับข่าวปลอม ก็ทำให้เฟซบุ๊กต้องประกาศเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่มาแล้ว คำถามก็คือ องค์กรของเรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งเหล่านี้ได้เร็วแค่ไหน และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ได้เร็วแค่ไหน เพราะผลที่ได้นั้นต่างกันมาก นั่นคือ ถ้าทำได้เร็ว โอกาสที่จะได้รับความสนใจและดึงคอนเทนต์ของเราไปเผยแพร่จากแพลตฟอร์มต่างๆ ก็จะมากขึ้น แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็มีโอกาสสูงเช่นกันที่ไม่ได้รับ Engagement จากผู้ใช้งาน

5. อย่ามองแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางกระจายข่าวสาร เพราะสิ่งที่เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องการในวันนี้ก็คือ การตรึงผู้คนให้อยู่บนระบบของพวกเขาให้นานที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้แพลตฟอร์มบางยี่ห้อเต็มไปด้วยคอนเทนต์ประเภทคลิกเบท แต่สำหรับฟอร์บส์ แนวทางการใช้โซเชียลมีเดียอาจเป็นการโพสต์คอนเทนต์ที่ผู้อ่านคาดหวังว่าจะได้เห็นจากฟอร์บส์ลงไปแทน และใช้แนวคิดนี้ทั้งกับเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ฯลฯ ซึ่งฟอร์บส์มองว่า ทำให้ฟีดข่าวของบริษัทมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและแสดงตัวตนของบริษัทได้อย่างชัดเจน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ Gleason บอกว่านักการตลาดต้องตระหนักให้มั่น พร้อมระบุว่า โซเชียลมีเดียทุกวันนี้ไม่ใช่เครืองมือที่สะดวกสบายอีกต่อไป จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทีมงานมากฝีมือ เพื่อช่วยสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ และสร้างฐานผู้ติดตามได้

อ้างอิง: forbes.com