T-Mobile ปลดพนักงาน Sprint หลายร้อยคน หลังควบรวมกิจการ

ในการประชุมผ่านโทรศัพท์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รองประธาน T-Mobile เจมส์ เคอร์บี้ ได้กล่าวกับพนักงานหลายร้อยคนของ Sprint ว่าตำแหน่งงานของพวกเขาไม่จำเป็นต่อบริษัทอีกต่อไป โดยเขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามแก่พนักงาน

เว็บไซต์ TechCrunch รายงานว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหาร T-Mobile มีประชุมผ่านโทรศัพท์ตลอดทั้งวันเรื่องการปลดพนักงาน ซึ่งการปลดพนักงานนี้เกิดขึ้น 2 เดือนหลังจากการรวมกิจการของทั้งสองบริษัทเรียบร้อยด้วยมูลค่า 26,000 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เคอร์บี้ กล่าวว่า T-Mobile กำลังจะยุบแผนกการขายที่ทำงานภายในออฟฟิศ (Inside Sales Unit) ของ Sprint ซึ่งเป็นแผนกที่เน้นธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้บริหารไม่ได้พูดชัดเจนว่าพนักงานกี่คนที่จะถูกปลด แต่ในการประชุมผ่านโทรศัพท์นั้นมีพนักงานร่วมประชุมเกือบ 400 คน ซึ่ง TechCrunch ก็ได้ข้อมูลจากบุคคลหนึ่งในที่ประชุมทางโทรศัพท์

จากเสียงโทรศัพท์ เคอร์บี้พูดว่าการเลย์ออฟครั้งนี้ จะทำให้มีตำแหน่งใหม่ 200 ตำแหน่ง โดยเขาได้ชวนให้พนักงานสมัครในตำแหน่งงานใหม่ผ่านเว็บไซต์สมัครงานสำหรับผู้สมัครที่ไม่ใช้พนักงานบริษัท (External Careers Page) ของ T-Mobile พนักงานที่ได้รับผลกระทบบางคนก็สามารถปรับไปทำงานตำแหน่งใหม่นี้ได้ ซึ่งบริษัทก็ไม่ได้อำนวยความสะดวกอะไรมากไปกว่าการเชิญให้พนักงานสมัคร

ทั้งนี้พนักงานที่ถูกปลดจะยังคงทำงานต่อไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งโดยปกติพนักงานจะได้รับเงินชดเชยเป็นจำนวน 2 สัปดาห์ต่ออายุงาน 1 ปีอยู่แล้ว แต่พนักงานบางคนอาจได้รับมากกว่า

โดยกฎหมายของสหรัฐอเมริกา นายจ้างต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า 2 เดือน ในกรณีการปลดพนักงานจำนวนมาก

ผู้บริหาร T-Mobile ประชุมผ่านโทรศัพท์กับพนักงานหลายส่วนของ Sprint ทั้งในกลุ่มธุรกิจและกลุ่มผู้บริโภค เพื่อประกาศการเลิกจ้างงาน โดยแผนกขายที่ทำงานภายในออฟฟิศถูกเลิกจากจำนวนมากที่สุด แต่ยังไม่มีการรับรู้ว่าจะมีพนักงานของ T-Mobile ได้รับผลกระทบหรือไม่

พนักงานคนหนึ่งกล่าวแสดงความผิดหวังว่า “บริษัทต้องเข้าใจความเจ็บปวดที่บริษัทได้หยิบยื่นให้พนักงานในช่วงที่เกิดโรคระบาดตอนนี้”

ทั้งนี้ T-Mobile ได้ปิดดีลการรวมกิจการกับ Sprint เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการรวมกิจการของผู้ให้บริการรายใหญ่อันดับ 3 และ 4 ของสหรัฐอเมริกาเข้าด้วยกัน โดยยืนยันว่านี่จะทำให้พวกเขาสามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการรายใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของประเทศ นั่นคือ AT&T และ Verizon ผู้ครองตลาดมายาวนานได้

แน่นอนว่าการรวมกิจการครั้งนี้ย่อมผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะได้รับการอนุมัติในท้ายที่สุดเพราะมันส่งผลให้ผู้ให้บริการหลักของประเทศลดลงเหลือเพียง 3 รายจาก 4 ราย โดยทาง T-Mobile อ้างว่าการรวมกิจการครั้งนี้นอกจากจะเพิ่มการแข่งขันแล้ว ยังช่วยเพิ่มตำแหน่งงานอีกด้วย

ในจดหมายเปิดผนึกเดือนเมษายนที่ผ่านมา จอห์น ลีเกียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ณ ขณะนั้นชี้ว่า “โดยรวมทั้งหมด T-Mobile จะมีพนักงานใหม่เพิ่มขึ้น 11,000 คนภายในปี 2024

ผลกระทบแน่นอนต่อจำนวนพนักงานจากการรวมกิจการนี้ยังไม่ชัดเจน แต่เมื่อเดือนที่แล้ว สหภาพแรงงานการสื่อสารของอเมริกาประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อแรงงานประมาณ 30,000 คน เนื่องจากการรวมร้านค้าและงานขององค์กรเข้าด้วยกัน

T-Mobile ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือแสดงต่อคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ในขณะที่ T-Mobile พยายามปั้นคำพูดว่าจะยังคงรักษาพนักงานในปัจจุบันของทั้งสองบริษัท แต่สามในสี่ของพนักงานทั้งหมดที่ขายบริการของบริษัทให้แก่ลูกค้ากลับไม่ได้รับการคุ้มครอง ซึ่งโดยรวมทั้งสิ้นมีประมาณ 88,000 คน” สหภาพฯ ระบุ

 

อ้างอิง: TechCrunch.com