ทีดีอาร์ไอ แนะรัฐวางยุทธศาสตร์เอไอ ดันเศรษฐกิจโต

ปัญญาประดิษฐ์​  (AI) และออโตเมชั่น ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีดิจิทัลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในระดับโครงสร้างในหลายๆอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ตลอดจนคนทำงานในหลายสายอาชีพ

ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวในงานสัมนาประจำปี  “ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทยให้พร้อมสู่ยุคแห่งความปั่นป่วนทางเทคโนโลยี” ว่านั่นเป็นเพราะปัญญาประดิษฐ์และออโตเมชั่นกำลังพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จนมีความสามารถทัดเทียมหรือล้ำหน้ามนุษย์ไปแล้วในหลายด้าน ธุรกิจและประเทศที่สามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ได้เร็วจึงมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

เห็นได้ชัดว่าประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน กำหนดยุทธศาสตร์และลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี AI กันทันที ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีแม้แต่แผนยุทธศาสตร์เลย

หากประเทศไทยปรับตัวไม่ทัน หลายอุตสาหกรรมจะปั่นป่วนมากจากการใช้เทคโนโลยีล้ำหน้าเหล่านี้ในต่างประเทศ มูลค่าเพิ่มจากการผลิตในหลายสาขาธุรกิจจะย้ายออกไปสู่ประเทศที่ล้ำหน้ากว่าและคุ้มค่ากว่า เศรษฐกิจไทยจะไม่มีทางโตได้ร้อยละ 5 ต่อปีตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อาจจะโตได้แค่ร้อยละ 2.1 ต่อปี และจะมีตำแหน่งงานหดหายไปร่วม 3 ล้านคน

ทั้งนี้ หากประเทศไทยเลือกที่จะปรับตัวโดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาเองได้ โดยดำเนินการตามวิสัยทัศน์ “ไทยแลนด์ 4.0” เช่น เอาระบบออโตเมชั่นมาใช้อย่างเต็มที่ ก็จะโตได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.1 ต่อปี  แต่ก็จะยังไม่สามารถก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้ใน 20 ปีข้างหน้า และจะมีงานประมาณ 1.5 ล้านตำแหน่งหายไป

ประเทศไทยควรมุ่งสร้าง “เศรษฐกิจแห่งอนาคต” ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI อย่างจริงจัง  เสริมด้วยการสร้างงานจากเศรษฐกิจ 3C คือ เศรษฐกิจประณีต (Craft Economy) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และ เศรษฐกิจใส่ใจ (Care Economy) ก็จะมีโอกาสโตได้ถึงร้อยละ 4.3 ต่อปี และสามารถลดความเหลื่อมล้ำและก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้ใน 20 ปี

ในด้านแรงงานไทยที่มีความเสี่ยงสูงจากการถูกเทคโนโลยีทดแทน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไม่มีทักษะและมีการศึกษาต่ำ รัฐบาลจึงควรสร้างกลไกในการค้นหาความถนัดของแต่ละคน แล้วสนับสนุนให้แรงงานได้รับการฝึกอบรมในทางที่ถนัดให้มีคุณภาพสูง เหมือนกับที่ประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

ตลอดจนปฏิรูปการศึกษาพื้นฐานให้เยาวชนไทยมีทักษะพื้นฐานที่เหมาะกับยุคดิจิทัลมากพอที่จะพัฒนาไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ควบคู่ไปกับการต่อยอดทักษะใหม่ๆ เช่น การเขียนโปรแกรมตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะทำให้คนไทยอยู่รอดในโลกสมัยใหม่ได้ดีขึ้น ทั้งหัดใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ดิจิทัลไอดี และเงินอิเล็กทรอนิกส์ในการให้สวัสดิการแก่ผู้ยากไร้ เพื่อลดปัญหาทุจริต

ขณะที่ภาครัฐเองก็ต้องรีบปรับทัศนคติในการกำหนดนโยบายและออกกฎระเบียบต่างๆ ให้เหมาะสม  เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนในสังคมปรับตัวได้