AI ตัวช่วยวงการดนตรี หวังสตาร์ทอัพสร้างระบบจัดเก็บลิขสิทธิ์ง่ายในจุดเดียว

ผู้คร่ำหวอดวงการดนตรีมากว่า 3 ทศวรรษ “ป๋าเต็ด” ยุทธนา บุญอ้อม มาบอกเล่ามุมมองภายใต้หัวข้อ ‘The future of music’ บนเวที NIA Action Stage ในงาน Creative Talk Conference 2019 ว่าแนวโน้มดนตรีในอนาคตภายในปีหน้าจะเห็นปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแต่งทำนองเพลงทั้งเพลงได้ ซึ่งก่อนหน้ามีบ้างแล้ว แต่ยังนำมาใช้เพียงบางส่วน

นอกจากนั้น จะเห็นนักร้องนักดนตรีดังเร็วและง่ายขึ้นจากการแพร่หลายของสื่อดิจิทัลที่มีช่องทางหลากหลายที่ให้เจ้าของงานเลือกเข้าถึงกลุ่มคนฟัง แตกต่างจากอดีตที่มีสื่อจำกัด ทำให้การโปรโมทเพลงต้องใช้งบประมาณสูง เช่นปีที่ผ่านมามีนักร้องที่ทยอยปล่อยเพลงที่ความยาว 1 นาที โดยโปรโมทผ่านอินสตาแกรม

ดนตรีแต่ละสมัยจะเปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละยุคผ่าน 2 ปัจจัยหลัก คือ “สถานที่” และ “สื่อ” เช่นเพลงคลาสสิกเกิดจากการเล่นดนตรีในโบสถ์ ที่เพลงมีความยาว 8 นาที ในโบสถ์จะมีเสียงก้อง ทำให้ออร์แกนเป็นเครื่องดนตรีที่ตอบโจทย์การทำเสียงสะท้อนได้อย่างไพเราะเป็นที่นิยม ดนตรีแจ๊สอย่างหลุยส์ อาร์มสตรอง เกิดขึ้นในผับที่นักดนตรีต้องเล่นเครื่องดนตรีที่ “เสียงดัง” พอที่จะแข่งกับเสียงบรรยากาศในผับ  จนถึงปัจจุบันการเล่นดนตรีในสนามกีฬา ที่ดนตรีต้องมีท่อนฮุค จำง่าย ที่คนจำนวนมากจะร้องร่วมกันในสเตเดียม หรือมาถึงยุคของสื่อที่ใช้แผ่นเสียง ดนตรีจะมีความยาว เนื่องจากมีพื้นที่ในการบันทึก ยุคของซีดี เพลงจะไม่ยาวมาก เนื่องจากการโปรโมทเพลงผ่านทางสื่อวิทยุนั้น ถ้าเพลงมีความยาวมาก จะทำให้คนฟังอาจหันไปฟังคลื่นอื่นได้ หรือในยุคบริการ “ริงโทน” และ “คอลลิ่งเมโลดี้” เป็นที่นิยม ก็จะเปลี่ยนวิธีการทำเพลงที่การดีไซน์เนื้อร้องต้องมีครึ่งนาทีที่ใช้สำหรับทำริงโทน

ปัจจุบัน ในยุคของสตรีมมิ่ง ดนตรีมีหลากรูปแบบสั้น-ยาว มีอัลบั้ม เพลงลิสต์ และอื่น ๆ การโปรโมทเข้าถึงคนฟังทำได้ผ่าน YouTube, JOOX, Spotify และอีกหลายเว็บไซต์ที่ทำการรวบรวมเพลงไว้

เขาเชื่อว่าปีนี้จะเห็นแนวโน้มการจัดงานคอนเสิร์ตเพิ่มขึ้นมากอีก และราคาบัตรจะขยับสูงขึ้น รวมทั้งยังจะเห็นการหวนคืน “การเก็บความทรงจำ” เก่า ๆ  ที่จะทำให้แผ่นเสียงและเทปในยุคเก่าได้กลับมาอีกครั้ง

กูรูวงการเพลงมองด้วยว่า อยากจะให้วงการสตาร์ทอัพพัฒนานวัตกรรมที่จะแก้ painpoint อันยาวนาน ที่จะให้เจ้าของงานลิขสิทธิ์สามารถจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น และร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือผู้ใช้งานลิขสิทธิ์เชิงพาณิชย์ สามารถตรวจสอบได้ว่าเพลงนั้นใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และชำระเงินได้อย่างง่ายดาย ในต่างประเทศมีเพียงหน่วยงานเดียวที่ทำหน้าที่รวบรวมจัดเก็บงานลิขสิทธิ์ ทำให้เจ้าของงานมีรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

การทำตลาดเพลงจากนี้ไปจะถือว่าท้าทาย แม้จะมีสื่อให้นักร้องนักดนตรีเข้าถึงจำนวนมากขึ้น แต่การจะ “เลือก” สื่อสารและทำตลาดก็ไม่ง่ายนักจากการมีช่องทางจำนวนมากนี้เอง พร้อม ๆ กับช่องว่างระหว่างวัยในแวดวงดนตรีที่กลุ่มผู้ผลิตชิ้นงานในเจเนอเรชั่นก่อนที่ต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีและทำงานกับคนรุ่นใหม่