บริษัทไอทีรวมตัวต้านทรัมป์ ค้านเลือกปฏิบัติ “คนข้ามเพศ”

กว่า 50 บริษัทในสหรัฐอเมริกา รวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รวมตัวกันเพื่อลงชื่อในจดหมายเรียกร้องให้ทีมบริหารภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการกำหนดความหมายให้กับเพศสภาพต่างๆ เสียใหม่

โดยบริษัทเทคโนโลยีที่ร่วมลงนามในครั้งนี้ประกอบด้วย แอปเปิล, กูเกิล, อเมซอน, เฟซบุ๊ก, ไมโครซอฟท์, อินเทล, ซิสโก้ ฯลฯ เพื่อแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการยกเลิกการให้สิทธิแก่พลเมืองข้ามเพศ (Transgender) และพลเมืองที่ไม่ยอมใช้ชีวิตตามเพศสภาพของตน (gender non-conforming citizens) ที่เคยได้รับสิทธิคุ้มครองเมื่อสมัยรัฐบาลโอบามา

ใจความในจดหมายดังกล่าวระบุว่า ทางกลุ่มขอคัดค้านความพยายามทั้งในด้านฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติในการยกเลิกสิทธิของกลุ่มข้ามเพศผ่านการนำกฎหมายเดิมมาตีความใหม่ รวมถึงคัดค้านนโยบาย และกฎหมายต่างๆ ที่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของกลุ่มคนข้ามเพศ คนที่มี 2 เพศ หรือกลุ่มนอนไบนารี่ (กลุ่มที่มองว่าความแตกต่างทางเพศอาจมีมากกว่าแค่ชายหรือหญิง) จากรายงานของไทม์ได้อ้างอิงถึงการระบุเพศสภาพว่า จะขึ้นอยู่กับลักษณะทางชีววิทยาของบุคคลเมื่อแรกเกิดที่ได้มีการบันทึกไว้ เว้นแต่จะมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าพวกเขามีเพศสภาพเป็นอย่างอื่น

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทคู่แข่งด้านเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาออกมารวมตัวกันเพื่อต่อต้านนโยบายของทรัมป์เกี่ยวกับเพศที่สาม เพราะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อนหน้า แอปเปิล กูเกิล และอีกหลายบริษัทก็เคยร่วมกันต่อต้านนโยบายของทรัมป์ต่อการใช้ห้องน้ำของเพศที่สามในโรงเรียนรัฐบาลมาแล้วเช่นกัน โดยใจความของจดหมายระบุไว้ดังนี้

“พวกเราที่ได้ลงนามไว้ในจดหมายฉบับนี้ขอยืนอยู่เคียงข้างชาวอเมริกันนับล้านคนที่เป็นกลุ่มข้ามเพศ กลุ่มนอนไบนารี่ กลุ่มที่มี 2 เพศ หรือกลุ่มใดก็ตาม และขอต่อต้านความพยายามของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารที่จะยกเลิกสิทธิของกลุ่มข้ามเพศผ่านการนำกฎหมายเดิมมาตีความใหม่ รวมถึงเรายังคัดค้านนโยบายและกฎหมายต่างๆ ที่อาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของกลุ่มคนข้ามเพศ คนที่มี 2 เพศ หรือกลุ่มนอนไบนารี่ (กลุ่มที่มองว่าความแตกต่างทางเพศอาจมีมากกว่าแค่ชายหรือหญิง)

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้มีการยืนยันถึงสิทธิและตัวตนของกลุ่มข้ามเพศ อีกทั้งยังมีหลักฐานทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันถึงการเป็นคนข้ามเพศดังกล่าวมากขึ้น ศาลตระหนักว่า นโยบายที่ระบุให้ผู้คนมีแค่ 2 เพศตามที่ระบุไว้ในสูติบัตรนั้นไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงที่มนุษย์มีความหลากหลายด้านเพศได้อีกต่อไป การตระหนักถึงความแตกต่างเหล่านี้เป็นผลดีต่อธุรกิจแน่นอน ในขณะเดียวกัน การเลือกปฏิบัติก็จะส่งผลให้เกิดต้นทุนมหาศาลตามมาเช่นกัน และบริษัทหลายร้อยแห่งในสหรัฐอเมริกา รวมถึงบริษัทที่ได้มีการลงลายมือชื่อไว้ในจดหมายฉบับนี้จะยังคงให้การสนับสนุนกลุ่มข้ามเพศในสหรัฐอเมริกาต่อไป

ปัจจุบัน บริษัทใน Fortune 500 มากถึงร้อยละ 80 มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองการระบุตัวตนทางด้านเพศ 2ใน 3 มีบริการด้านสุขภาพสำหรับคนข้ามเพศ และอีกนับร้อยมีการจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่ม LGBTQ ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มคนข้ามเพศยังเป็นคนที่เรารัก เป็นเพื่อน เป็นสมาชิกในครอบครัว รวมถึงเป็นทีมงานที่มีคุณค่าต่อองค์กร เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้เกียรติคนข้ามเพศทั้งในด้านนโยบาย กฎหมาย และการไม่เลือกปฏิบัติกับคนกลุ่มนี้”