15 คำทำนาย “บิล เกตส์” เป็นจริงแล้ว

ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน บิล เกตส์ เจ้าพ่อวงการเทคโนโลยีได้เคยเขียนคำทำนายเอาไว้ 15 ข้อในหนังสือเรื่อง the Speed of Thought ของเขา ซึ่งคำทำนายเหล่านั้นหลายเรื่องเป็นสิ่งที่ฟังดูแปลกประหลาดมากสำหรับคนในยุคนั้น แต่เมื่อ 20 ปีผ่านไป เรากลับมาพิจารณาคำทำนายเหล่านั้นอีกที ก็พบว่าหลาย ๆ เรื่องได้เกิดขึ้นจริงอย่างไม่น่าเชื่อ

และนี่คือโลกปัจจุบันที่เขามองเห็นก่อนใครตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน

  1. “เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาอัตโนมัติจะเกิดขึ้น และช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาได้ว่าจะซื้อสินค้าชิ้นนี้ในราคาที่ถูกที่สุดได้ที่ไหน” ซึ่งปัจจุบันคำทำนายนี้เป็นจริงเรียบร้อย เพราะมีเว็บไซต์อย่าง Kayak, Expedia เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยผู้คนในการค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก ส่วน Google Shopping และ Bing Shopping ก็ทำหน้าที่เดียวกันสำหรับนักช้อปสินค้าทั่วไป
  2. “ผู้คนจะพกพาอุปกรณ์เล็ก ๆ ติดตัว และอุปกรณ์นั้นจะช่วยให้คนเราเชื่อมต่อถึงกันได้ สร้างและทำธุรกิจได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เช็กข่าวสารได้ ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินได้ เรียกได้ว่าทำทุกสิ่งทุกอย่างได้บนอุปกรณ์เครื่องนี้” คำทำนายนี้เป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากจะหมายถึงสมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ และลำโพงอัจฉริยะต่าง ๆ ที่วางจำหน่ายกันอยู่ในตอนนี้
  3. “ผู้คนจะจ่ายเงิน ทำธุรกรรมทางการเงิน และติดต่อกับคุณหมอผ่านทางอินเทอร์เน็ต” สำหรับคำทำนายนี้ อาจกล่าวได้ว่ายังเห็นภาพที่ไม่ชัดเจนนัก แต่ก็เริ่มมีธุรกิจที่ช่วยในการติดต่อขอนัดแพทย์ และจัดตารางเวลาให้เกิดขึ้นเช่นกัน ขณะที่บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่ ๆ ก็มีการเสนอบริการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ผ่านวิดีโอคอลล์ออกมาบ้างแล้วด้วย หรือในด้านการเงิน ทุกวันนี้ก็มีบริการกู้ยืมเงินด่วน และบริการโอนเงินอย่างรวดเร็วอย่าง PayPal และ Venmo เกิดขึ้นเช่นกัน
  4. “จะมีการพัฒนาผู้ช่วยส่วนตัวขึ้นมา และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งในบ้านและออฟฟิศได้อย่างอัจฉริยะ อุปกรณ์เหล่านี้จะแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทำให้สามารถเช็กอีเมลได้ ส่งแจ้งเตือนสำคัญ ๆ ได้ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ด้วย หรือเวลาไปร้านขายของชำ ระบบจะสามารถแนะนำได้ว่า เมนูที่จะทำนั้นต้องใช้อะไรบ้าง และสร้างลิสต์สินค้าที่ต้องซื้อให้โดยอัตโนมัติ” คำทำนายนี้ก็คือ บรรดาผู้ช่วยดิจิทัลที่รับคำสั่งเสียงอย่าง Google Assistant และ Amazon Alexa ที่กำลังให้บริการในทิศทางดังกล่าวนั่นเอง
  5. “บ้านในอนาคตจะมีระบบวิดีโอเชื่อมต่อออนไลน์ และบริการส่งภาพของแขกผู้มาเยือนให้เราแบบอัตโนมัติ เพื่อแจ้งว่ามีใครมาหาที่บ้านตอนที่เราไม่อยู่” ตอนนี้ก็อาจเปรียบได้กับระบบกล้องสำหรับติดหน้าบ้านที่ค่าย Nest บริษัทน้องของ Google พัฒนาขึ้นนั่นเอง
  6. “การมีเว็บไซต์ส่วนตัวจะกลายเป็นเรื่องปกติ และสามารถใช้พื้นที่เหล่านั้นแชท และวางแผนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อน หรือคนในครอบครัวได้” คำทำนายของบิล เกตส์ในเรื่องของเว็บไซต์ส่วนตัวอาจยังไม่เห็นก็จริง แต่สิ่งที่ Facebook, WhatsApp, Instagram, Snapchat, Line, Slack ให้บริการอยู่ก็พอจะอนุมานได้ว่า เรามีตัวกลางในการเชื่อมต่อกับเพื่อนและคนในครอบครัวเกิดขึ้นแล้ว
  7. “ซอฟต์แวร์จะทราบว่าเมื่อไรที่คุณจองตั๋วเครื่องบินเพื่อไปเที่ยว มันจะใช้ข้อมูลเหล่านี้มาแนะนำว่าในเมือง ๆ นั้น ควรทำกิจกรรมอะไร หรือควรไปที่ไหน มีส่วนลดอะไรแนะนำให้บ้าง” ปัจจุบันเว็บไซต์อย่าง Kayak, Expedia เกิดขึ้นมาเพื่อให้บริการในจุดนี้ และเราก็มี Google และ Facebook ในการเชื่อมต่อกับบริษัทโฆษณาเพื่อยิงโฆษณาหาผู้ใช้งานโดยอิงตามสถานที่และความสนใจ นอกจากนั้นเว็บไซต์อย่าง Airbnb ก็มีส่วนลดสำหรับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้น ๆ ให้บริการด้วย
  8. “รายการถ่ายทอดสดกีฬาทางทีวีจะมีบริการให้คุณเข้าไปแชท หรือมีส่วนร่วมได้ ส่วนการแข่งขันต่าง ๆ ก็จะเปิดให้คุณร่วมโหวตว่าใครควรจะเป็นผู้ชนะ” คำทำนายของบิล เกตส์ข้อนี้เกิดขึ้นจริงแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ได้ถ่ายทอดสดรายการกีฬาอย่าง MLB, NFL บนระบบของพวกเขาแล้วนั่นเอง
  9. “อุปกรณ์ต่าง ๆ จะมาพร้อมโฆษณาอัจฉริยะ ที่สามารถล่วงรู้พฤติกรรมการซื้อของเราได้ และจะแสดงผลโฆษณาที่ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด” ข้อนี้ก็เป็นเรื่องจริงไปแล้วเช่นกัน เพราะหากพิจารณาจากโฆษณาบน Facebook, Google ก็จะพบว่าทุกวันนี้มีการปรับแต่งการแสดงผลโฆษณาให้ตรงใจผู้ใช้งานมากที่สุดออกมาตลอดเวลานั่นเอง
  10. “การถ่ายทอดรายการทีวีจะมาพร้อมข้อมูลเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ที่เราชมทางทีวี” ในจุดนี้ จะพบว่าเกิดขึ้นแล้วเช่นกันกับการดึงผู้ชมให้เข้าถึงเว็บไซต์ หรือธุรกิจของบริษัทผ่านการสแกน QR Code ส่วนใครที่ไม่ทำอาจถูกมองได้ว่าล้าหลัง
  11. “ผู้คนในเมืองต่าง ๆ จะใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในประเด็นที่พวกเขาสนใจ เช่น การเมือง การจัดผังเมือง หรือปัญหาด้านความปลอดภัย” ทุกวันนี้ เรามี Facebook – Twitter เปิดพื้นที่ในการพูดคุยทางการเมือง ส่วนแอปพลิเคชัน เช่น Nextdoor และ Citizen ก็ช่วยให้คนในเมืองเชื่อมต่อกันด้วย
  12. “ชุมชนออนไลน์จะไม่ได้อิงจากที่อยู่ของผู้ใช้งานอีกต่อไป แต่จะอิงจากความสนใจเป็นหลัก” ทุกวันนี้เราได้เห็นเว็บไซต์ข่าว และชุมชนออนไลน์ที่โฟกัสไปที่เรื่องบางเรื่องโดยเฉพาะมากขึ้น เช่น reddit ที่มีการแบ่งกลุ่มย่อยลงไปเป็นเรื่อง ๆ ตามความสนใจ แทนที่จะมุ่งไปที่ว่าเรามาจากไหนหรือเราเป็นใคร
  13. “การบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ จะเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ และเปิดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเข้ามาจัดการ หรือแนะนำกันได้ด้วย” ทุกวันนี้มีแอปพลิเคชันสำหรับคำทำนายนี้เป็นพัน ๆ ราย เช่น Slack, Asana และ Trello โดยบริการเหล่านี้ถือเป็นการปฏิวัติผู้คนจากการทำงานในโลกออฟไลน์ไปสู่การทำงานแบบออนไลน์ได้อย่างน่าทึ่ง และยังมีแอปพลิเคชันอย่าง Fiverr และ Gigster มาช่วยหาคนเก่ง ๆ ให้กับโครงการของเราได้อีกต่างหาก
  14. “โอกาสในการหางานจากโลกออนไลน์จะเกิดมากขึ้น โดยอิงจากความสนใจและทักษะพิเศษที่เรามี” ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดกับ LinkedIn ที่เปิดให้ผู้ใช้งานอัปโหลดเรซูเม่ และหางานได้จากความสนใจ หรือทักษะที่พวกเขามี
  15. “บริษัทต่าง ๆ สามารถประมูลงานได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้าง การผลิตหนัง หรือการทำแคมเปญโฆษณา ซึ่งจะช่วยให้บริษัทใหญ่ ๆ และบริษัทเล็ก ๆ สามารถเจอและทำงานร่วมกันได้มากขึ้น” อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีมาร์เก็ตเพลสที่รองรับบริการในลักษณะดังกล่าวเสียทีเดียว แต่ก็มีบริการในลักษณะที่คล้าย ๆ กัน เช่น Upwork หรือ Fiverr ที่เป็นตัวกลางให้ฟรีแลนซ์และธุรกิจขนาดเล็กได้พบเจอกัน

อ้างอิง: Entrepreneur.com