Sight Diagnostics รับเงินลงทุนรอบใหม่ 27.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Sight Diagnostics สตาร์ทอัพด้านเครื่องมือทางการแพทย์จากอิสราเอลที่มาพร้อมผู้ช่วยอย่างปัญญาประดิษฐ์ ประกาศเงินลงทุนรอบใหม่ที่ 27.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว กับผลงานการพัฒนาอุปกรณ์ตั้งโต๊ะในชื่อ OLO ที่สามารถทำการวิเคราะห์หยดเลือดของคนไข้ได้เองจากแผ่นทดสอบโดยใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งและคอมพิวเตอร์วิชั่น

การลงทุนรอบนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Longliv Ventures ซึ่งเป็นบริษัทของอิสราเอลเอง กับ CK Hutchison Group ซึ่งอยู่ในฐานะนักลงทุนจากต่างชาติ โดย Sight Diagnostics ระบุว่า นักลงทุนในซีรีย์ C นี้ คือระดับ Strategic Investor เนื่องจากสามารถใช้ช่องทางของธุรกิจนำเทคโนโลยีของ Sight Diagnostics ออกสู่ตลาดได้

โดยหากพิจารณาถึงพอร์ตโฟลิโอของ CK Hutchison Group จะพบว่าน่าสนใจมากทีเดียว เนื่องจากมีร้านด้านสุขภาพและความงามอยู่มากกว่า 14,500 แห่ง ทั่วสหภาพยุโรปและเอเชีย ซึ่งถือเป็นตลาดกลุ่มเป้าหมายของ Sight Diagnostics นอกจาก 2 บริษัทใหญ่แล้ว ในรอบนี้ยังมีนักลงทุนจากสายสุขภาพอย่าง Jack Nicklaus II หนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Nicklaus Children’s Health Care Foundation, Steven Esrick นักลงทุนสายเฮลท์แคร์ และบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ที่ไม่เปิดเผยชื่ออยู่ด้วย

Sight Diagnostics ยังบอกด้วยว่าพวกเขายังมองหา strategic partners เพิ่มอยู่ โดยอยากให้เป็นธุรกิจที่สามารถนำพาอุปกรณ์ตัวนี้ออกสู่ตลาดโลกได้เลยนั่นเอง

Yossi Pollak ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Sight Diagnostics เผยว่า บริษัทเลือกนักลงทุนจากคนที่เชื่อในวิสัยทัศน์และภารกิจของบริษัทที่อยากพัฒนาการวิเคราะห์โรคร้ายต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสามารถสนับสนุนทางการเงินให้กับบริษัทได้ ซึ่งทุกวันนี้ บริษัทเห็นสัญญาณเชิงบวกจากนักลงทุนในยุโรป และยังคงมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะมาช่วยนำเทคโนโลยี OLO ออกสู่ตลาดโลกอยู่

Sight Diagnostics มีแผนจะนำอุปกรณ์ดังกล่าวออกใช้งานในหลายประเทศทั่วสหภาพยุโรปภายในปีนี้ ปัจจุบัน บริษัทสามารถระดมทุนได้แล้วมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปี 2011 โดยเงินลงทุนรอบใหม่จะถูกนำไปผลิตอุปกรณ์ทดสอบเลือด OLO ที่ทางบริษัทระบุว่าใช้วัสดุระดับที่ใช้กันตามห้องปฏิบัติการ (Lab-grade) ส่วนตลาดที่มีการนำไปทดสอบแล้วพบว่ามีในอังกฤษและอิตาลี นอกจากนั้น จะมีการกันเงินบางส่วนไปใช้สนับสนุนกระบวนการทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ที่ OLO ต้องได้รับอนุญาตจาก FDA เสียก่อน จึงจะสามารถทำตลาดในเชิงพาณิชย์ได้ โดยตอนนี้ OLO ได้จัดส่งข้อมูลให้กับทาง FDA ไปแล้ว และอยู่ระหว่างรอการพิจารณา

“เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2018 เราได้ทำการทดสอบในคลินิก 3 แห่งในสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อย และได้จัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับทาง FDA ไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเราได้ขอใบอนุญาต 510(k) clearance เพื่อให้อุปกรณ์ตัวนี้สามารถใช้ได้ในห้องปฏิบัติการ (ตามมาตรฐานของ CLIA) รวมถึงใช้ในสถานพยาบาลที่แพทย์ตั้งขึ้นได้ด้วย และคาดว่าจะได้ใบอนุญาตดังกล่าวภายในปีนี้” ผู้บริหาร Sight Diagnostics กล่าว

โดยในช่วงแรก บริการที่ทาง OLO จะทดสอบเลือดคือ CBC (complete blood count) ที่จะมีการใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งและคอมพิวเตอร์วิชั่นเข้ามาวิเคราะห์ภาพถ่ายความละเอียดสูงของเลือดจากปลายนิ้วมือได้ภายในเวลาไม่กี่นาที และไม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ จากเดิมที่กระบวนการนี้ต้องส่งไปห้องแล็บ และใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะทราบผล ในด้าน R&D ผู้บริหารมองว่าศักยภาพของ OLO สามารถพัฒนาไปสู่การทดสอบโรคอย่างลูคีเมีย – โรคโลหิตจางได้ด้วย ซึ่งความรวดเร็วในการทดสอบเลือดนี้คาดว่าจะทำให้ความพึงพอใจของผู้ป่วยในการเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น

โดยทาง Sight Diagnostics มีแผนจะเผยแพร่ผลการรีวิวการใช้งานในห้องปฏิบัติการของ OLO ในวารสาร โดยเป็นการรวมผลลัพธ์ที่ได้จากอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเข้าด้วยกัน แต่ต้องรอหลังจากได้รับการอนุมัติจาก FDA เสียก่อน

อ้างอิง : TechCrunch.com