ผู้ขับ BMW สื่อสารกับรถยนต์ได้ราวกับพูดคุยกับเพื่อน

BMW ประเมินว่าในไม่ช้าหน้าจอที่แสดงแผนที่ทิศทางในรถยนต์จะล้าสมัยเหมือนโทรศัพท์แบบฝาพับได้สมัยก่อน โดยในงาน MWC 2019 ที่ประเทศสเปน บริษัทได้สาธิตเทคโนโลยีล่าสุดในการปฏิสัมพันธ์แบบเป็นธรรมชาติโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับยานพาหนะของตนได้ราบรื่นราวกับพูดคุยกับเพื่อน

การปฏิสัมพันธ์แบบธรรมชาตินี้สร้างบนเทคโนโลยีการใช้คำสั่งเสียงและการจดจำท่าทาง ซึ่งมีอยู่แล้วในบางโมเดลของรถยนต์ BMW อย่างเช่นซีรีส์ 7 โดยได้เพิ่มฟีเจอร์พิเศษการมองไปข้างหน้าที่เรียกว่า “gaze recognition” หรือการจดจำการมองซึ่งจะแทร็กดวงตาของผู้ขับขี่ ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องบอกรถยนต์ว่าตนต้องการจะสื่อสาร แต่ซอฟต์แวร์จะจับคำสั่งได้อัตโนมัติและจัดการให้ทันที หรือบางคนที่กำลังขับคนเดียวก็พูดว่า “ฉันหนาว” เพื่อสั่งให้ฮีตเตอร์ทำงาน และถ้ามีผู้โดยสาร 4 คนกำลังพูดคุยกัน หรือถ้าวิทยุเสียงดังมาก คนขับก็เพียงใช้มือทำท่าเพื่อเร่งฮีตเตอร์

BMW เผยว่าการปฏิสัมพันธ์แบบธรรมชาติทำให้ผู้โดยสารสามารถทำอะไรได้หลากหลาย เช่นเปิดหรือปิดหน้าต่างและซันรูฟ ปรับแอร์ หรือเลือกไอคอนบนหน้าจอของระบบอินโฟเทนเมนต์ คนขับยังสามารถชี้ไปที่ปุ่มและถามรถยนต์ว่านี่ทำงานอย่างไร เอไอจะช่วยให้รถยนต์เรียนรู้นิสัยของผู้ใช้แต่ละคน เทคโนโลยีนี้ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังปูทางไปสู่การตกแต่งภายในที่ดีไซเนอร์มักใช้ในการออกแบบในรถยนต์ไร้คนขับ

“ผู้คนไม่จำเป็นต้องคิดว่าจะใช้ยุทธศาสตร์การทำงานอะไรบ้าง แต่ควรสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระ และรถยนต์ก็ควรจะเข้าใจพวกเขาด้วย การปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติของ BMW ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับยานยนต์ไร้คนขับในอนาคต เมื่อแนวคิดการตกแต่งไม่ได้เน้นที่ตำแหน่งของผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว” Christoph Grote รองประธานของ BMW Group Electronics กล่าว

การเชื่อมโยงการปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติเข้ากับบริการอินเทอร์เน็ตช่วยขยายประโยชน์ให้ไกลกว่ายานยนต์ ตัวอย่างเช่น ผู้ขับขี่สามารถชี้ไปที่ร้านอาหารในระยะที่สายตามองเห็นและถามข้อมูลจากรถยนต์ และไกลกว่านั้น BMW ประเมินว่าการปฏิสัมพันธ์แบบธรรมชาติจะบอกคนขับได้ว่าในจุดนั้นเขาสามารถจอดรถได้หรือไม่ และจะเสียค่าจอดเท่าไร และดำเนินการจ่ายให้โดยไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ บนแดชบอร์ดหรือบนสมาร์ตโฟน

การปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของ BMW ที่จะรวมเข้ากับการผลิตแนวคิด iNext ที่บริษัทได้เปิดเผยในปี 2018 ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าจอทางวิศวกรรมใหกลายเป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด และจะเป็นระบบไร้คนขับระดับสูง ซึ่งแสดงถึงสิ่งที่ BMW ภูมิใจที่จะเรียกว่า “ระบบภายในแห่งอนาคต” ซึ่งจะได้เห็นใน iNext ในโชว์รูมในปี 2021

อ้างอิง: Digitaltrend.com