C-V2X เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกยานยนต์

ความว้าวในปีนี้ของงาน CES2019 (Consumer Electronics Show) อาจไม่ใช่รถอัจฉริยะอีกต่อไป แต่อาจเป็นการลงลึกในเทคโนโลยีที่จะมาควบคุมรถอัจฉริยะเหล่านั้นอย่าง V2X ซึ่งย่อมาจาก Vehicle-to-everything

โดยในปีนี้มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากยืนยันว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะติดตั้งในรถยนต์ภายในปี พ.ศ.2565 แน่นอน เพื่อให้มันสามารถสื่อสารกับรถคันข้างๆ หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนในมือของเราได้ สำหรับบริษัทที่ออกมายอมรับว่ามีแผนจะติดตั้งชิป C-V2X มีทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ฝั่งรถยนต์ก็คือฟอร์ด และออดี้ ส่วนฝั่งรถมอเตอร์ไซค์ประกอบด้วย Ducati Multistrada 1260 ด้วยเหตุนี้ การนำเสนอภายในงาน CES2019 จึงเป็นไปในแง่ที่ว่า ชิป C-V2X จะเข้ามาช่วยให้เกิดการสื่อสารระหว่างกันในขณะเดินทางเป็นอย่างไร แม้ไม่มีสัญญาณไฟจราจร พร้อมมองว่าการที่รถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้จะช่วยลดอุบัติเหตุต่างๆ ลงได้ เพราะมันอาจแจ้งเตือนในสิ่งที่รถอีกคันมองไม่เห็น หรืออยู่ในมุมอับสายตา เช่น เตือนให้ทราบว่ามีคนเดินอยู่บนทางเท้าอีกฟากหนึ่ง เป็นต้น

จุดต่างสำคัญของ C-V2X กับเทคโนโลยีตัวก่อนหน้าอาจเป็นเรื่องของระบบเครือข่าย เนื่องจาก C-V2X ใช้เครือข่าย 5G ในขณะที่ V2X ตัวก่อนจะใช้ DSRC ซึ่งเท่ากับว่า รถฟอร์ดที่มาพร้อม C-V2X จะวิ่งได้อย่างราบรื่นก็ต้องมาพร้อมการลงทุนในเครือข่าย 5G ด้วย

ดอน บัทเลอร์ (Don Butler) ผู้บริหารระดับสูงของฟอร์ดเผยว่า ข้อบังคับต่างๆ ตามกฎหมายจะต้องแล้วเสร็จก่อนที่รถยนต์ C-V2X จะออกวิ่งอย่างเป็นทางการ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราทำงานร่วมกับภาคการผลิตและรัฐบาลอย่างหนัก เพื่อให้เกิดการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม “เพื่อสร้างเครือข่าย 5G หลายประเทศได้ทุ่มเงินไปแล้วนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เราจึงคิดว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะให้รถยนต์มีทักษะด้านการสื่อสารเอาไว้ติดตัว” ด้านควอลคอมม์เผยว่า ภายในอีก 5 ปีข้างหน้านับจากนี้ บริษัทคาดหวังว่าจะมีรถยนต์ใหม่สัก 75% ที่สามารถสื่อสารกับรถยนต์คันอื่นๆ ได้”

อ้างอิง: DigitalTrends.com