News | Startup Thailand - Part 35

News

  • Facebook เปิดตัว Watch Party อย่างเป็นทางการทั่วโลก

    Facebook เปิดตัว Watch Party สำหรับ Facebook Groups ทั่วโลก โดย Watch Party เป็นวิธีการใหม่ที่จะช่วยให้ผู้คนสามารถรับชมวิดีโอบน Facebook พร้อมกันได้แบบเรียลไทม์ เมื่อ Watch Party เริ่มขึ้น ผู้ที่เข้าร่วมสามารถรับชมวิดีโอ ทั้งในรูปแบบไลฟ์หรืออัดล่วงหน้าเอาไว้ และยังสามารถสื่อสารกับผู้ชมคนอื่นๆ ได้ในเวลาเดียวกัน

  • [Infographic] 5 โมเมนต์เด็ดๆ ช่วงศึกลูกหนังโลก จากสถิติการฟังเพลงบน Spotify

    หลังจากที่บอลโลกเปิดเกมไปเมื่อเดือนที่แล้ว แฟนๆ ทั่วโลกได้ร่วมลุ้นกันตั้งแต่คู่เปิดแมทช์ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ จัดเต็มทั้งความสนุกสนาน เสียงเชียร์ และดราม่าต่างๆ แต่ว่าความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะมีเพลงหลายๆ เพลงที่ถูกเปิดไปพร้อมๆ กับเสียงเชียร์ในช่วงที่ผ่านมา

  • Google Maps ออฟไลน์ เปิดให้บริการในไทย

    Google Maps ช่วยให้คุณไปถึงที่หมายได้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า Google Maps ทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ต่อไปนี้หากคุณต้องการสำรวจสถานที่ใหม่ๆ นัดพบปะกับเพื่อนฝูง หรือต้อนรับผู้ที่มาเยือนกรุงเทพฯ Google Maps จะช่วยให้คุณค้นหาสถานที่ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นและดูน่าสนใจมากกว่าเดิม

  • OneChat คว้ารางวัลชนะเลิศ SPARK 2

    โครงการ Spark 2 ประกาศผลผู้ชนะเลิศ ซึ่งทั้งสามบริษัทล้วนใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการให้บริการ ช่วยให้ธุรกิจทำงานได้เป็นอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

  • ผลสำรวจชี้ คนไทยใช้เน็ต 10 ชั่วโมง/วัน

    ผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประเทศไทยปี 2561 พบ คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตนานขึ้นเฉลี่ย 10 ชั่วโมง 5 นาที/วัน ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านชีวิตไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น มีการใช้งานเพิ่มจากปีที่ผ่านมา 3 ชั่วโมง 41 นาที/วัน

  • ไอบีเอ็มชี้ ‘ธุรกิจดั้งเดิม’ ยังเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง แม้สตาร์ทอัพเกิดขึ้นมากมาย

    ไอบีเอ็มเผยผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงทั่วโลก พบร้อยละ 72 มองว่า ‘ธุรกิจดั้งเดิม’ (Incumbent) ยังเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและมีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม ไม่ใช่บริษัทสตาร์ทอัพหรือผู้เล่นหน้าใหม่ อันเป็นผลมาจากการที่กลุ่มธุรกิจดั้งเดิมครอบครองข้อมูลมหาศาลและสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ทรู ดิจิทัล พาร์ค ผนึกกูเกิล สร้าง Google Space แห่งแรกในเอเชีย

    ทรู ดิจิทัล พาร์ค จับมือ Google เสริมความรู้และทักษะด้านดิจิทัลคนไทย โดย Google ซึ่งเป็นพันธมิตรเทคโนโลยีดิจิทัลยักษ์ใหญ่ระดับโลก จะเติมเต็มระบบนิเวศของทรู ดิจิทัล พาร์ค ในกลุ่ม Incubators, Accelerators and Academies โปรแกรมเพื่อการเรียนรู้และบ่มเพาะด้านนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการ

  • แกร็บร่วมมือ ม.สิงคโปร์ เปิด ‘เอไอแล็บ’ พลิกโฉมเมือง-ขนส่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    แกร็บ หนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม O2O (Online to Offline) ประกาศความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) เปิดตัวห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อคิดค้นแนวทางแก้ไขระบบขนส่งในเมือง ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

  • depa Accelerator Program x Techsauce พร้อมผลักดัน Startup Ecosystem ไทย

    โครงการ depa Accelerator Program x Techsauce เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลผนึกเทคซอส เพื่อยกระดับระบบนิเวศสตาร์ทอัพและศักยภาพสตาร์ทอัพไทย โดยจะเฟ้นหาสตาร์ทอัพไทยจำนวน 20 ทีม เข้าร่วมโปรแกรมกับ Mentor ระดับโลก อีกทั้งผลักดันผู้ชนะสู่เวทีสากล

  • 4 ยักษ์อินเทอร์เน็ต ผนึกความร่วมมือโอนถ่ายข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม

    เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง และยืนยันได้ว่า โลกกำลังเข้าสู่ระบบ​ “เปิด” เต็มตัวแล้ว เพราะเฟซบุ๊ค กูเกิล ไมโครซอฟต์ และทวิตเตอร์ ประกาศโครงการ Data Transfer Project (DTP) ซึ่งเป็นการริเริ่มสร้างแพลตฟอร์ม โอเพนซอร์ส การโอนถ่ายข้อมูลระหว่างบริการต่อบริการ ทำให้ผู้ใช้งานใช้เว็บไซต์และบริการสามารถโอนข้อมูลจากบริการหนึ่งไปอีกบริการหนึ่งได้

  • NIA จับมือฮ่องกง เตรียมเชื่อมฮับกรุงเทพฯ เชียงใหม่

    Startup Thailand เล็งจับมือฮ่องกง สร้างพันธมิตรเชื่อมโยงสตาร์ทอัพไทย การสร้างความเชื่อมโยงกับชุมชุมสตาร์ทอัพในฮ่องกงนับเป็นภารกิจหนึ่งของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) โดยในอนาคต ฮ่องกงจะเป็น hub partner ที่มีความสำคัญคู่กับ Bangkok hub และ Chiang Mai hub และฮ่องกงจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะพาสตาร์ทอัพไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้

  • เปิด 7 วิธีดูแล ยุคที่แม้แต่เด็กก็ “ออนไลน์”

    ในยุคปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าความรุนแรงบนอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่องค์กรต่างๆ ออกมาเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการมากขึ้น ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นเด็กเข้ามาร่วมใช้งานด้วยมากขึ้นทุกที จึงเป็นหน้าที่ของสังคมในการเตรียมความพร้อมให้เด็กๆ เหล่านี้พร้อมรับมือและปฏิบัติตนให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน