เดลต้าอัดงบสี่ล้านลงทุนในสตาร์ทอัพ

บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ยังคงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงขันใน angel fund เพื่อให้เหล่านักรบสตาร์ทอัพได้เงินทุนไปทำให้ไอเดียเกิดเป็นธุรกิจได้จริง

โดยสองธุรกิจที่เดลต้าให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือธุรกิจ 2 ประเภทที่สอดคล้องกับนโยบาย ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ได้แก่ ธุรกิจสีเขียวอย่างพลังงานทางเลือก และอีกหนึ่งธุรกิจที่มีสิทธิได้ใช้เงินภายใต้เงื่อนไขของเดลต้าคือธุรกิจที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) เป็นตัวขับเคลื่อน

“เดลต้าไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าในวงการสตาร์ทอัพ ที่จริงแล้วเดลต้าได้สนับสนุนเงินทุนผ่าน angel fund ที่ก่อตั้งร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรม มา 3 ปีแล้ว โดยให้เงินทุนประมาณปีละ 2-3 ล้านบาท แต่ในปีนี้ เดลต้าจัดหนัก โดยเพิ่มงบให้เป็น 4 ล้านบาทเพื่อให้มั่นใจว่าสตาร์ทอัพหน้าใหม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น” คุณยงยุทธ ภักตร์ดวงจันทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและทรัพยากรบุคคลของเดลต้า กล่าว

วัตถุประสงค์ที่เดลต้าให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนี้ เพื่อช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีสตาร์ทอัพที่เน้นการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ สิ่งที่คนรุ่นใหม่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ก็เป็นประโยชน์คืนกลับมาให้เดลต้าเช่นกันในรูปแบบของไอเดียใหม่ในการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต

“เดลต้าจับมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมทำโครงการ angel fund นี้ขึ้น เพื่อช่วยสตาร์ทอัพไทยให้เข้าถึงเงินทุนในการทำธุรกิจของตัวเอง เราเน้นพวกสตาร์ทอัพที่มีไอเดียการทำธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 เป็นหลัก และอุตสาหกรรมกลุ่ม s-curve และ 10 อุตสาหกรรมกลยุทธ์ของไทย”

ทางบริษัทให้เงินทุนโดยไม่คิดดอกเบี้ยให้กับสตาร์ทอัพรายที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยทางกระทรวงฯ จะเป็นผู้คัดเลือกและประกาศผลสิ้นเดือน พ.ค. นี้  ผู้ที่ได้รับทุนก็จะได้รับเงินทุนภายใน 5 วันหลังวันนำเสนอโครงการ

นาย เซีย เชน เยน กรรมการผู้จัดการเดลต้า พูดถึงกิจการของบริษัทว่าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  สินค้าออโตเมชั่นสำหรับอุตสาหกรรมและอาคาร ธุรกิจสุดท้ายคือสินค้าที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของธุรกิจ ICT และพลังงาน

“จะเห็นได้ว่าทั้งสามธุรกิจหลักที่ว่านี้ ตรงกันกับกลยุทธ์ S-curve และ Thailand 4.0 ของรัฐบาลอย่างเหมาะเหม็งทีเดียว ด้วยเหตุนี้ เดลต้าจึงร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดีมาตลอด ยกตัวอย่างเช่น เราเองมีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขึ้นมาใช้ในการผลิตในโรงงานของเราเองอยู่แล้ว ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีเป็นของเรา เราก็ทำหุ่นยนต์ออกไปขายคนอื่นได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือจะส่งออกก็ได้ ไม่ใช่เพียงเงินทุนเท่านั้นนะ ที่จริงตอนนี้เราก็มีแผนจะทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและฝั่งนักวิชาการอีกหลายโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสตาร์ทอัพให้เติบโตยิ่งไปกว่านี้” นาย เซียกล่าว

คงจะพูดได้ว่าเดลต้าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของกลุ่มธุรกิจเอกชนที่เข้าใจถึงข้อดีของการลงทุนในสตาร์ทอัพและยังฉลาดเลือกลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมกับธุรกิจตนจากการต่อทุนให้หน่วยนักรบสตาร์ทอัพเป็นอย่างดีอีกด้วย