การเติบโตรายได้โฆษณาผ่านเฟซบุ๊กชะลอตัว

เกิดแรงกระเพื่อมที่น่าสนใจ เมื่ออัตราการเติบโตรายได้โฆษณาของ 2 ยักษ์ใหญ่ผู้ผูกขาดแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเฟซบุ๊กและกูเกิลชะลอตัว และส่วนแบ่งในตลาดโฆษณาของทั้งสองบริษัทก็ลดลง หรือนี่อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับแบรนด์ที่เป็นสื่อดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่าการเติบโตของรายได้โฆษณายังคงเป็นตัวเลขสองหลัก แม้ว่าเฟซบุ๊กจะมีภาพพจน์ต่อสาธารณะในแง่ลบตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และรายได้ที่ย้ายจาก 2 ยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลและเฟซบุ๊กไปสู่ผู้เล่นรายใหม่ ๆ ก็ใช่ว่าจะต้องกลับไปสู่สื่อดั้งเดิมเสมอไป

ทั้งนี้ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายโฆษณา โดยสแตนดาร์ด มีเดีย อินเด็กซ์ (SMI) รายงานว่าผู้ลงโฆษณาหลักๆ ในเฟซบุ๊กกำลังชะลอตัวลง (ไม่รวมบริษัทเอสเอ็มอีและบริษัทท้องถิ่น) โดยในไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา SMI รายงานว่าอัตราการเติบโตของรายได้โฆษณาต่อปีในเวลาเดียวกันอยู่ที่ 35% และในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 30% ไตรมาสที่ 3 ชะลอตัวที่ 16%

ซึ่งผลประกอบการดังกล่าว SMI ระบุว่ายังสู้ปีก่อนหน้านั้นไม่ได้  โดยในเดือนมกราคม-ตุลาคม ปี 2018 รายได้โฆษณาจากนักการตลาดหลักๆ ของเฟซบุ๊กเติบโต 25% จากปี 2017 แต่ในเวลาเดียวกันของปี 2017 รายได้เติบโต 41% จากปี 2016

“การเติบโตของเฟซบุ๊กจากนักการตลาดหลักๆ ชะลอตัวลง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแบรนด์หลักๆ มีความกังวลกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเฟซบุ๊ก โดยหันไปมุ่งเน้นที่สภาพแวดล้อมของแบรนด์ตัวเองมากกว่า” เจมส์ เฟนเนสซี่ ซีอีโอของ SMI กล่าว และเสริมว่าประเด็นที่เกิดขึ้นกับเฟซบุ๊กนั้น นักการตลาดไม่ได้มองเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มอย่าง Roku ซึ่งรายได้เติบโตขึ้นถึง 67% ในไตรมาสที่ 3

อ้างอิง: Forbes