เฟซบุ๊กและไมโครซอฟท์ยื่นจดสิทธิบัตร ดวลจินตนาการสร้างแว่น AR ขนาดเล็กที่ผสานโลกเสมือนในโลกจริง

แว่น AR มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และมักมีองค์ประกอบการดีไซน์ซึ่งดูเหมือนได้แรงบันดาลใจจากอุปกรณ์ประกอบฉากในหนัง Star Trek และ Star War  อย่างไรก็ดี รูปร่างหน้าตาของแว่น AR กำลังจะเปลี่ยนไป โดยงานเทรดโชว์ CES ประจำปี 2019 มีการจัดแสดงแว่น AR ที่มีดีไซน์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งนี้เอกสารยื่นขอจดสิทธิบัตรโดยเฟซบุ๊กและไมโครซอฟท์นั้น เผยให้เห็นว่า บริษัททั้งสองกำลังพยายามสร้างแว่น AR ที่มีขนาดเล็กลงและใช้งานได้ดีขึ้น

ผลงานการประดิษฐ์ของเฟซบุ๊ก ซึ่งเพิ่งได้สิทธิบัตรนั้นใช้เทคนิครูปแบบใหม่ นำเอาจอแสดงผลขนาดใหญ่เข้าไปไว้ในแว่นขนาดเล็ก จอแสดงผลจะใช้เทคโนโลยี Waveguide โดยอาศัยผิวสะท้อนคู่ขนาน รวบรวมข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลจากโปรเจ็กเตอร์ขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้เกิดภาพบนดวงตา และมีช่องหน้าต่างในการมองขนาดใหญ่ แม้ผลลัพธ์แบบเดียวกันนี้สามารถทำได้ในรูปแบบแว่นขนาดใหญ่ แต่เฟซบุ๊กก็หวังจะเปิดตัวแว่นที่ชวนให้เรานึกถึงแว่นกันแดดแบบมาตรฐานทั่วไป

ขณะที่ไมโครซอฟท์เองก็มิได้หยุดนิ่ง คาดกันว่า จอแสดงผลที่ใช้เทคโนโลยี HoloLens จะได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับการนำเสนอโมเดล HoloLens รุ่น 2ในเดือนหน้าที่จะถึง นอกจากนี้เอกสารการสมัครจดสิทธิบัตรของ Microsoft ยังชี้ให้เห็นว่า บริษัทกำลังสร้างสรรค์ดีไซน์แว่นที่ได้แรงบันดาลใจจากแว่นกันแดดรุ่น Thump  (ซึ่งไม่ปังเท่าไรนัก) ของ Oakley มากกว่าจะได้แรงบันดาลใจจากหนัง Star Trek โดยแว่นรุ่น Thump ซึ่งพัฒนามาแล้วกว่า 2 รุ่น พยายามนำเครื่องเล่น MP 3 มาใส่ไว้ในแว่นกันแดดทรงสปอร์ต

หนึ่งในภาพวาดของไมโครซอฟท์ที่แสดงรายละเอียดในการขอจดสิทธิบัตร เผยให้เห็นแว่น AR ที่คล้ายคลึงกับแว่นรุ่น Thump 2 ของ Oakley เสียจนมันอาจเป็นภาคต่อของแว่น Thump ที่ออกในปี 2004 ไม่ว่าจะเป็นกรอบพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมที่แทบจะมีหน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง หูฟังที่มีเสียงชัดเจน รวมทั้งฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ซึ่งฝังเข้าไปในก้านแว่นขนาดใหญ่

อย่างไรก็ดี ภาพสเก็ตซ์จำนวนมากยังบ่งบอกว่าแว่น AR รุ่นใหม่ของไมโครซอฟท์ จะไปไกลเกินกว่าแว่น Thump ทั้งการติดกล้องไว้เหนือดั้งจมูก การแสดงผลสุดล้ำภายในเลนส์ ที่ทำให้ผู้ใช้แว่นเห็นข้อความตัวหนังสือเหนือวัตถุในโลกแห่งความจริง พร้อมด้วยหน้าจอคอมพิวเตอร์ฉบับเต็ม ซึ่งแสดงทั้งอีเมล การแจ้งเตือนต่างๆ และมีระบบปรับปรุงคุณภาพของภาพที่กล้องมองเห็นแบบเรียลไทม์

ทั้งยังมีฟิลเตอร์หรือกระบวนการปรับแต่งภาพ  เพื่อให้ผู้ใช้แว่นสามารถเห็นภาพวัตถุที่ดูยาก และช่วยให้มองเห็นภาพต่างๆ ท่ามกลางฝุ่นละออง หมอก หรือควันได้ดีขึ้น

แม้ราคาและการประดิษฐ์สร้างสรรค์จะทำให้เฟซบุ๊กและไมโคซอฟท์ถูกจัดให้เหมาะกับกลุ่มบริษัทและภาคอุตสาหกรรม แต่นักวิจัยของเฟซบุ๊กก็แสดงความปรารถนาอย่างชัดเจนมาตลอด ที่จะนำเสนอแว่น AR ในแบบที่ “สังคมยอมรับได้” ซึ่งมีน้ำหนักเบาและใช้กำลังไฟฟ้า ด้านไมโครซอฟท์เองก็พัฒนาแว่น AR ของตนอย่างต่อเนื่อง ด้วยคอนเซ็ปต์ที่นำเสนออยู่ในตอนนี้ ซึ่งเราจะได้เห็นกันว่าบริษัทจะทำให้คุณสมบัติของแว่นที่แสดงไว้ในการยื่นจดสิทธิบัตรเป็นจริงได้แค่ไหน เมื่อ Hololens 2 ถูกนำมาแสดงในเดือนหน้า

อย่างไรก็ดี สำหรับเฟซบุ๊ก เราคงต้องรอกันนานกว่านั้น เว้นแต่บริษัทจะจับมือกับบริษัทอย่าง Nreal เพื่อพัฒนาวิสัยทัศน์ ให้ก้าวล้ำ

อ้างอิง: Venturebeat.com