แรงบันดาลใจจาก “ติ๊กต่อก” เฟซบุ๊กส่ง “Lasso” หวังชนะใจวัยทีน

มีรายงานว่าเฟซบุ๊ก แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่หวังเอาชนะใจวัยทีนในชื่อ “Lasso” โดยในแอปฯ ใหม่นี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานบันทึกและแชร์วิดีโอของตนเองขณะลิปซิงค์หรือเต้นในเพลงโปรดได้

คู่แข่งที่ต้องหนาวๆ ร้อนๆ จากการพลิกเกมของเฟซบุ๊กหนีไม่พ้นแอปฯ มิวสิคเคิลลี่ (Musically) ที่ปัจจุบันถูกควบกิจการโดยบริษัทสัญชาติจีน “ไบท์แดนซ์” และกลายเป็นส่วนหนึ่งของแอปฯ ติ๊กต่อก (TikTok) ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นและพรีทีนในขณะนี้ โดยแอปฯ ติ๊กต่อกนั้น ปัจจุบันมียอดใช้งาน 60 ล้านคน/เดือน ขณะที่โปรดักส์ใหม่จากเฟซบุ๊กนั้นพัฒนาโดยทีมวิดีโอและทีมเฟซบุ๊กวอทช์ โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งเผยว่า หัวหน้าทีมคือแบรดดี้ วอสส์ (Brady Voss) หัวหน้าฝ่ายโปรดักส์ดีไซน์ของเฟซบุ๊ก สำหรับวอสส์ ก่อนหน้านี้เคยทำงานให้กับแอปฯ ทีวีของเฟซบุ๊ก รวมถึงแอปฯ Hello ที่เพิ่งปิดตัวไป โดยวอสส์ได้พัฒนาเทคโนโลยีชื่อ Montage ที่สามารถนำภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ มาต่อเข้าด้วยกันเป็นภาพเดียวเหมือนภาพ Timelapse ได้ ซึ่งคราวนี้เขากลับมาอีกครั้งกับการพัฒนา Lasso โปรดักส์ใหม่ของเฟซบุ๊ก

ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กได้พยายามหาทางเจาะกลุ่มวัยรุ่นผ่านเสียงเพลงมาตั้งแต่ปี 2016 โดยในตอนนั้น ทางบริษัทได้วิจัยและพัฒนาโปรเจ็คต์คล้ายคลึงกับ Musically อยู่เช่นกัน แต่ก็ได้พับโครงการไปก่อน มาในปีนี้ เฟซบุ๊กกลับมาอีกครั้งด้วยความพร้อมมากกว่าเดิม หลังบริษัทสามารถเจรจากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ได้สำเร็จ ทำให้สามารถใช้เพลงเหล่านั้นได้ในแอปฯ อย่างสะดวก โดยก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กเคยพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับวัยรุ่นมาแล้วหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Poke, Slingshot, Bolt, Flash ฯลฯ ที่สื่อตะวันตกมักแซวว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Snapchat

สำหรับติ๊กต่อก ตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะ App Annie รายงานว่า ติ๊กต่อกสามารถไต่อันดับจาก 32 บนแอปสโตร์ในสหรัฐอเมริกามาอยู่อันดับ 5 ได้ภายใน 3 เดือนเท่านั้น ขณะที่เฟซบุ๊กเป็นช่วงขาลงของแท้ เนื่องจากในตอนนี้มีวัยรุ่นชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่บอกว่าเฟซบุ๊กคือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่พวกเขาอยากใช้งาน และการล็อกอินของกลุ่มวัยรุ่นก็ลดลงจากร้อยละ 60/เดือน เหลือเพียงร้อยละ 36 เท่านั้น

การมีแค่อินสตาแกรมและวอทส์แอปเป็นตัวดึงดูดเด็ก ๆ จึงอาจจะไม่เพียงพอเสียแล้วสำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ และนั่นจึงเป็นเหตุให้เฟซบุ๊กต้องหาแรงบันดาลใจอีกครั้ง แถมแรงบันดาลใจครั้งนี้อาจมาไกลถึงประเทศจีนก็เป็นได้

อ้างอิง:  TechCrunch