มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เดินหน้ารวม 3 แอปฯ Messenger-WhatsApp-Instagram

นายใหญ่เฟซบุ๊กออกมาประกาศแผนควบรวมแอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้งานมากกว่าพันล้านคนของตนเองทั้งสามยี่ห้อรวมเข้าด้วยกันแล้ว นั่นก็คือ Messenger, WhatsApp และ Instagram ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถแชทข้ามแพลตฟอร์มได้ รวมถึงมีแผนจะเข้ารหัสการส่งข้อความเหล่านั้นด้วย

โดยปัจจุบัน บริการที่มีการเข้ารหัสข้อความแบบ End-to-end มีแค่ WhatsApp ขณะที่ Instagram และ Messenger นั้นยังไม่ได้เข้ารหัสใด ๆ ทำให้การส่งต่อถึงกันบนเครือข่าย อาจถูกคนนอกลอบอ่านข้อมูลสำคัญ ๆ ได้ ซึ่งการเข้ารหัสจะช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจในความปลอดภัยได้มากขึ้น เพราะข้อความนั้น ๆ จะมีแค่ผู้รับปลายทางที่เปิดออก

แผนการรวมแอปพลิเคชันทั้งสามตัวเข้าด้วยกันนี้ยังทำให้หลายฝ่ายต้องจับตาว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าเฟซบุ๊กกับ Instagram นั้นมีการรวมบริการกันไปบ้างแล้วบางส่วน แต่ในฟาก WhatsApp เองเสียอีกที่เหมือนจะพัฒนาตัวเองอย่างโดดเดี่ยว นับตั้งแต่เฟซบุ๊กซื้อกิจการมาในปี 2557 ด้วยมูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเคลื่อนไหวของเฟซบุ๊กก็มีเช่นกัน นั่นคือการออกมายืนยันตามการรายงานของสื่อตะวันตกอย่างนิวยอร์กไทม์ โดยระบุว่า บริษัทต้องการสร้างประสบการณ์การแชทที่ดีที่สุดเท่าที่บริษัทจะทำได้ และเฟซบุ๊กก็พบว่า ผู้ใช้งานต้องการให้แอปฯ ส่งข้อความทำงานได้อย่างรวดเร็ว ใช้งานง่าย เสถียร และเป็นส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่การตัดสินใจเข้ารหัสข้อความ และเชื่อมโยงกันใน 3 แพลตฟอร์มเพื่อให้เพื่อน ๆ และครอบครัวติดต่อกันได้บนเครือข่าย

อย่างไรก็ตาม แผนในการผนวกแอปพลิเคชันที่แตกต่างกันทั้งสามตัวนั้นอาจไม่ง่ายอย่างที่มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กตั้งใจไว้ โดยหนึ่งในประเด็นหลัก ๆ ที่พนักงาน WhatsApp กังวลก็คือประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน เพราะการไม่เปิดเผยตัวตนดูจะเป็นสิ่งที่ WhatsApp และ Instagram ให้ความสำคัญ ขณะที่บนเฟซบุ๊ก มีการบังคับให้ใช้ชื่อจริงในการลงทะเบียน

นอกจากนี้ อดีตผู้ก่อตั้ง Instagram อย่าง Kevin Systrom และ Mike Krieger ก็ลาออกจากบริษัทไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา นิวยอร์กไทม์ระบุด้วยว่า การควบรวมจนสำเร็จอาจใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ปี ซึ่งจะมีโอกาสเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปี 2563

อ้างอิง: Digitaltrends.com