Feedback 180 กับการตอบโจทย์ “Gov Tech”

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กำลังเข้ามามีบทบาทในการเข้ามาแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับเอกชน ชุมชนเมือง ประเทศ มากขึ้นเป็นลำดับ และถูกจับตามองว่า จะเป็นจิ๊กซอว์ที่จะเข้าไปเปลี่ยนระบบการให้บริการภาครัฐอย่างสิ้นเชิง

หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ” Feedback 180″ สตาร์ทอัพดีปเทค ภายใต้การนำทีมของ ‘ยงยุทธ ทรงศิริเดช’ อดีตมือปืนรับจ้างไมโครซอฟท์ ที่ผันตัวมาเป็นสตาร์ทอัพ ที่ใช้งานวิจัยเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่าง ด้วยการสร้างห้องปฎิบัติการ และทีมวิจัยมาพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่สามารถวิเคราะห์และประมวลผล ตัวอักษร ข้อความ วิดีโอ ภาพ เสียง ที่เกิดขึ้นให้หน่วยงานภาครัฐ หรือเจ้าของธุรกิจนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ ปรับปรุงการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ยังสามารถนำเสียงสะท้อนในโลกโซเซียลมีเดียมาวิเคราะห์ หาเทรนด์ หรือป้องกันปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น  หรือวิเคราะห์ความคิดเห็นเหล่านั้นว่า มีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไร เกี่ยวข้องกับแบรนด์อย่างไร เกี่ยวข้องกับคู่แข่งอย่างไร เป็นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในเชิงลึกแล้วนำความสามารถของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้จัดการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำภายในระยะเวลารวดเร็ว ที่ผ่านมาได้เข้าไปให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง  อาทิ กสทช. กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ

ทั้งนี้ เพราะหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน จำเป็นต้องมีการติดตามและประมวลผล แต่การประเมินข้อความข้อคิดเห็นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยแปรผลและสรุปเป็นข้อมูลออกมาภายในระยะเวลารวดเร็ว ทำให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

2 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐพยายามผลักดันโปรแกรมต่าง ๆ ออกมาสนับสนุนสตาร์ทอัพ รวมทั้งการเปิดตลาดภาครัฐ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเติบโต ขณะเดียวกัน ก็ดึงนวัตกรรมจากสตาร์ทอัพเข้ามาตอบโจทย์การปฏิรูปภาคราชการ พร้อมกับปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ Feedback 180 เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพได้รับอานิสงส์จากนโยบายเหล่านี้

“สตาร์ทอัพต้องเข้าใจและรู้ว่าใช้ประโยชน์จากมาตรการรัฐที่ออกมาได้อย่างไร เรา เริ่มต้นจากการขอทุน NIA จากโครงการคูปองนวัตกรรม ต้องเขียนโครงการเข้าไปนำเสนอ และทำให้เสร็จตามเป้าหมายเพื่อรับเงินสนับสนุน  ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับไม่ใช่เรื่องเงินทุน แต่เป็นการทำให้บริษัทมีเครดิตและเรื่องเล่า ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สามารถนำไปใช้ดึงคนเข้ามาร่วมทางในหลายมิติ ทั้งทีมงาน พาร์ทเนอร์ร่วมวิจัย ลูกค้า เพราะเขาจะได้รับรู้ว่า สิ่งที่เราทำจะเกิดประโยชน์กับเขาอย่างไร ”

เคล็ดลับความสำเร็จของสตาร์ทอัพดีปเทค มี 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1 . ธุรกิจหลักต้องเป็นเทคโนโลยี อาจทำโปรดักส์หรือบริการขึ้นมา เหมือน Google Facebook  ให้คนใช้ 2. สิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาสามารถนำไปใช้ได้ในวงกว้างอย่างรวดเร็วเพื่อให้สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด 3. มีบิสสิเนสโมเดลที่แตกต่าง หรือที่เรียกว่า  disruptive model ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืนในระยะยาว

“เป้าหมายของ Feedback 180 ไม่ใช่แค่การให้บริการในประเทศ แต่เป็นการขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่เข้าไปช่วยหาข้อมูลแก่ลูกค้าเพื่อไปวางแผนการให้บริการ การทำตลาด เป็นการสร้างแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการบริการลูกค้าที่เหมาะสมกับการบริการปัจจุบัน”

โมเดลของบริษัทคล้ายกับไมโครซอฟท์ ใช้พาร์ทเนอร์และวิจัยเป็นตัวนำซึ่งคล้าย ๆ กัน รวมทั้ง IBM และ Google เราไม่ได้ทำแค่ซอฟต์แวร์  เพราะใคร ๆ ก็ทำได้ แต่เราต้องทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ในเวลาอันรวดเร็วซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการนำองค์ความรู้นั้นมาเป็นต้นทุนแล้วหาแนวร่วม  เพื่อทำงานวิจัยเชิงพาณิชย์ให้เสร็จภายในระยะ 3-6 เดือน ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญของ Feedback 180 ภายใน 2 ปีต่อจากนี้คือการเป็นยูนิคอร์นที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐและในปี 2566 จะเข้าในตลาดหลักทรัพย์