แท็กซี่บินได้ งานขายฝันของอูเบอร์ หรือมันจะเป็นจริง?

ถึงวันนี้ คงไม่มีใครแปลกใจว่าทำไมอูเบอร์ (Uber) จึงเป็นสตาร์ทอัพระดับ Unicorn รายแรกๆ ของโลก นั่นเป็นเพราะอูเบอร์ฝันไกลและพยายามสุดกำลังที่จะไปให้ถึง

ความฝันครั้งล่าสุด อูเบอร์ บริษัทเจ้าของแอปให้บริการรถรับส่ง ประกาศจะมีแท็กซี่บินได้ (Flying Taxi) เปิดให้บริการในปี 2023 เพื่อช่วยลดปัญหาจราจรและมลพิษในเมืองใหญ่ แต่หากจะไปถึงจุดนั้น อูเบอร์ยังต้องทำงานอีกมาก

สิ่งแรกคือต้องทำให้คนเชื่อว่าเป็นไปได้ ถึงจะระดมทุนเข้ามาสร้างเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นได้จริง

เมื่อเร็วๆ นี้ อูเบอร์ประกาศร่วมมือกับ NASA เพื่อพัฒนาระบบจัดการจราจรการบิน มารองรับกิจการแท็กซี่บินได้ พร้อมเตรียมนำใช้เครื่องบินไฟฟ้าใช้บินในระยะสั้นร่วม 1,000 ลำในการรับ-ส่งผู้โดยสาร

อูเบอร์พยายามชี้ให้เห็นความน่าสนใจของธุรกิจนี้ในเชิงพาณิชย์ เพราะหากสามารถผลิตเครื่องบินบินด้วยไฟฟ้าลำเล็กเพื่อจุผู้โดยสารได้เท่ากับรถยนต์ซีดาน ต้นทุนการบินในระยะทางสั้นๆ ก็จะลดลงมาก

ยกตัวอย่างเช่น การโดยสารเครื่องบินแท็กซี่อูเบอร์จากซานฟรานซิสโกไปซานโฮเซ่ ลดเวลาเดินทางจาก 2 ชั่วโมงและค่ารถ 111 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ เพียง 15 นาที แต่จ่ายแพงขึ้นนิดเป็น 129 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ถ้าเราเป็นผู้โดยสาร เราก็คงไม่เลือกนั่งรถ

อูเบอร์ทุ่มเทอย่างหนักที่จะหาแรงสนับสนุนให้ on-demand aviation นี้เกิดขึ้นให้ได้ ทั้งโชว์ข้อมูล ทำการสาธิต และโชว์ดีไซน์เครื่องบินไฟฟ้าที่จะใช้บิน

ลองคิดดูถ้านำ ride-sharing โมเดลของอูเบอร์มาใช้ โดยขนคนทางบกไปส่งขึ้นเครื่องบินแท็กซี่ที่ท่าการบินหรือ skyport ที่ใกล้ที่สุด เพื่อเดินทางไปอีกแห่งหนึ่ง จะประหยัดเวลา ลดปัญหาการจราจร และลดความสูญเสียทางธุรกิจได้มากขนาดไหน

แต่ก็ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ ไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะการจัดจราจรการบินในระดับแมสแบบนี้ดูจะไม่ง่ายเลย แม้แต่ เอริค อัลลิสัน เบอร์หนึ่งอูเบอร์ในกลุ่มธุรกิจการบินก็ยอมรับว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องค้นคว้าเพื่อหาโซลูชั่นมาตอบโจทย์ เช่น การสร้างระบบจัดการจราจรทางอากาศแบบ real-time ที่สามารถจัดการจราจรที่หนาแน่นใกล้เคียงกับการสัญจรทางบก

ถึงแม้ว่าอูเบอร์จะกางแผนงานธุรกิจพร้อมกับการสาธิตการจัดการจราจร รวมถึงภาพจำลองเครื่องบินโดยสารไฟฟ้าขนาดเล็กให้นักลงทุนและเหล่าองค์กรใหญ่ได้ชม แต่ไม่สามารถลดความกังขาของผู้คนในวงการ รวมทั้งคนดังแห่งเทสลา (Tesla) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) อย่าง Elon Musk

แม้แต่ซีอีโอคนล่าสุดของอูเบอร์เอง Dara Khosrowshahi ก็ยังต้องยอมรับว่าตัวเขาเองใช้เวลาถกเถียงกันภายในครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะเชื่อว่าแท็กซี่บินได้จะออกบินได้จริง และเหตุผลที่เขาตัดสินใจรับไอเดียเพราะเขาเชื่อว่าปัญหาจราจรและมลพิษในเมืองนั้นแก้ไขได้ด้วยวิธีเดียว คือแบ่งเบาการสัญจรไปอยู่บนฟ้า แท็กซี่บินได้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ประเด็นอยู่ที่การสร้างฝูงแท็กซี่บินได้ ด้วยตัวเทคโนโลยี electric, vertical take-off and landing หรือ Evtol ก็ยังไม่ได้ผลิตออกมา แถมกระบวนการทำงานไปจนถึงขั้นผลิตได้ในเชิงพาณิชย์ก็ยังต้องการเงินทุนอีกนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ล่าสุด อูเบอร์หาพาร์ทเนอร์ที่จะมาเป็นผู้ร่วมผลิตเทคโนโลยีรายแรกได้สำเร็จ นั่นคือ Karem Aircraft และผู้ผลิตแบตเตอรี่ E-One Moli Energy ผลจะออกมาเป็นอย่างไรคงต้องรอดูกันต่อไป

technology-uber flying taxi

โครงการนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อระดมทุนมาใช้ในการผลิตเครื่องบินไฟฟ้าโดยสารขนาดเล็กที่ใช้งานได้ตามที่ฝันได้สำเร็จ  และถึงแม้ว่านับจากการประกาศโครงการนี้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว อูเบอร์สามารถหาผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนร่วมทุนได้หลายรายเพื่อร่วมกันสร้างเทคโนโลยี Evtol แต่ก็ยังห่างไกลจากจำนวนเงินทุนที่ต้องการอีกมาก แถมยังมีอีกหนึ่งภารกิจสุดหินนั่นคือทำอย่างไรให้ภาครัฐผู้ควบคุมดูแลการบินเชื่อว่าอูเบอร์จะนำฝูงแท็กซี่บินว่อนบนฟ้าได้โดยไม่เกิดอันตราย

อ้างอิง:  CNN Money, Financial Times และ WIRED Magazine