เทรนด์ “ใคร ๆ ก็อยากใช้ AI” ทำ Spell รับเงินลงทุนเพิ่ม 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ใครๆ ก็อยากใช้ปัญญาประดิษฐ์ แต่ทุกวันนี้ การเข้าใช้งานปัญญาประดิษฐ์ถูกจำกัดอยู่ในแวดวงของคนมีทุนทรัพย์เป็นหลัก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า การจะได้ใช้งานนั้นต้องมีการลงทุนทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รวมถึงบุคลากร นั่นจึงทำให้อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมการวิจัยปัญญาประดิษฐ์ของเฟซบุ๊กอย่าง “เซอแกน พิอันติโน” (Serkan Piantino) มองเห็นโอกาสและตัดสินใจลาออกเพื่อมาเปิดสตาร์ทอัพเป็นของตัวเองในชื่อ “Spell” ซึ่งล่าสุดรับเงินระดมทุนซีรีส์เอไปแล้ว 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก Eclipse Ventures และ Two Sigma Ventures

สิ่งที่ทำให้เซอแกน พิอันติโน ตัดสินใจลาออก คือการมองเห็นปัญหาว่าคนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ได้โดยง่าย เขาจึงสร้าง Spell ขึ้นมาในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับใครก็ตามที่อยากประมวลผลแมชชีนเลิร์นนิ่ง โดยสิ่งที่เขาใส่ลงไปใน Spell คือฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุดจาก 3 บริษัทอย่างกูเกิล, AWS และไมโครซอฟท์ อาชัวร์ รวมถึงมีซอฟต์แวร์ให้ลูกค้าเลือกได้ตามใจด้วย

“ก่อนที่คอมพิวเตอร์พีซีจะเกิดขึ้นมา มนุษย์ในอดีตใช้คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ ๆ ต่อเข้ากับเมนเฟรม และประมวลผลจากจุดนั้น จนถึงวันที่มีคอมพิวเตอร์พีซี เราใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะพัฒนาแล็บท็อปให้มีประสิทธิภาพพอที่จะพัฒนาเว็บไซต์และโมบายล์แอปพลิเคชัน การใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในทุกวันนี้ก็เช่นกัน เรายังติดปัญหาและไม่สามารถเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก ทำให้การพัฒนาเอไอต้องสะดุดหยุดลง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจก้าวเข้ามา” พิอันติโนกล่าว

เขายังได้สาธิตการทำงานของ Spell ด้วยการเปิดคอมพิวเตอร์แมคบุ๊กของเขาขึ้นมาและรันโค้ดบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของ Spell ผลปรากฏว่าสามารถทำงานเสร็จได้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที ซึ่งหากมองในอีกแง่หนึ่งก็คือธุรกิจขนาดใหญ่ในอนาคตที่หลายคนคาดไม่ถึง เพราะมันเท่ากับตัดตอนการลงทุนหลาย ๆ อย่างออกไป ต่อไปวิศวกรคนใดก็ตามที่ต้องการทำงานกับเอไอ ไม่ว่าจะทำเพื่อโปรเจ็คต์ของตัวเองหรือทำให้กับองค์กร ก็สามารถเข้าใช้ Spell เพื่อรันโค้ดได้อย่างสะดวก แถมยังสามารถเลือกฮาร์ดแวร์ – ซอฟต์แวร์ได้ตามต้องการ

ความว้าวอีกข้อคือ บุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้ฟรีหากไม่รันโค้ดเกินกว่าที่ระบบกำหนด โดยในส่วนของการใช้งานฟรีจะเป็นการใช้งานพื้นฐานทั่วไป บริษัทจะเริ่มคิดค่าใช้จ่ายกับลูกค้าระดับองค์กร โดยมีการมอบรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น สามารถมอนิเตอร์การรันโค้ด และเปรียบเทียบการทดสอบที่เกิดขึ้นได้ รวมถึงสามารถสร้างคลัสเตอร์ของตัวเองขึ้นมาเป็นการส่วนตัวเพื่อทำการทดสอบต่าง ๆ ได้ด้วย

ส่วนถ้าเป็นลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ทาง Spell ยังมีบริการ Spell Hyper ที่สามารถมอนิเตอร์โมเดล – ติดตามผล และนำไปใช้กับ Kubeflow ได้ในคลิกเดียว รวมถึงการทรานส์ฟอร์มโมเดลนั้นไปเป็น API เพื่อใช้ภายในองค์กร หรือใช้ในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ได้ด้วย แต่ในส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่เดือนละ 99 ดอลลาร์สหรัฐ/1 โฮสต์ พิอันติโนเผยว่า การคิดค่าใช้จ่ายนั้นจะอิงอยู่กับขนาดของการใช้งานว่ามาก-น้อยอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เป็นลูกค้าบุคคลธรรมดา แต่รันการทดสอบไว้มากถึง 10 ชิ้น ก็อาจไม่ธรรมดา และบริษัทคงต้องคิดค่าใช้จ่ายจากลูกค้ารายนั้นเช่นกัน ส่วนเงินลงทุนที่ได้รับมานั้น พิอันติโนเผยว่าจะใช้สร้างทีมให้เติบโต และลงทุนด้านโปรดักต์ โดยทีมงานที่ต้องการก็คือวิศวกรระดับท็อปและดีไซเนอร์นั่นเอง

อ้างอิง: TechCrunch.com