ตั้งกระทรวงใหม่ ควบรวม ก.วิทย์/สกอ./หน่วยงานวิจัยของประเทศทั้งหมด

รัฐบาลเตรียมตั้งกระทรวงใหม่ชื่อกระทรวงวิจัยและอุดมศึกษา โดยนำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสำนักงานอุดมศึกษาและหน่วยงานให้ทุนวิจัยทั้งหมดของภาครัฐควบรวมเข้าไว้ด้วยกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งเร่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้ เนื่องจากต้องการให้โครงสร้างกระทรวงใหม่จะสามารถตอบโจทย์ของประเทศได้ทันที ดร สุวิทย์กล่าว

จากความสับสนกรณีการยุบกระทรวงวิทย์ฯที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อวานนี้ ดร สุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงแถลงข่าวเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ไม่ใช่การยุบกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แต่เป็นการควบรวมกระทรวงวิทย์ฯ กับ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.)และหน่วยงานให้ทุนวิจัยของประเทศทั้งหมด อาทิ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) เป็นต้น มาตั้งเป็นกระทรวงใหม่

ในเบื้องต้นตั้งชื่อว่ากระทรวงวิจัยและอุดมศึกษา หรืออาจจะเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุดมศึกษา ก็ได้ โดยการควบรวมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายปฎิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และปฎิรูปประเทศไทยสู่ 4.0

ทั้งนี้ กระทรวงใหม่ที่ตั้งขึ้นนั้น มองประเทศไทยไปสู่อนาคต โดยใช้วิทยาศาสตร์สร้างชาติ เพราะในประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่น ก็มีการนำกระทรวงวิทยาศาสตร์กับกระทรวงศึกษาธิการ รวมกัน ในยุโรปอย่าง สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและเยอรมัน ก็มีการตั้งกระทรวงวิจัยและอุดมศึกษาขึ้นมารูปแบบเดียวกับที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการ

เหตุผลในการควบรวมมี 4 ประเด็น คือเพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การสร้างอาชีพให้กับคนไทยในอนาคต เพื่อเตรียมผู้ประกอบการเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็น Startup และ SMEs เพื่อเตรียมเกษตรกรเข้าสู่ยุคสมาร์ทฟาร์มเมอร์และ เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่ New S-Curve ซึ่งต้องพัฒนาทั้งกำลังคนและเทคโนโลยี

ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการเองก็ต้องการแยก สกอ.ออกจากกระทรวง เพราะต้องการปรับสถานะของมหาวิทยาลัยใหม่ให้มีบทบาทชัดเจนขึ้น ในขณะที่กระทรวงวิทย์ฯเองนั้นก็พบว่าบทบาทในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ยังไม่ชัดเจน แถมหน่วยงานวิจัยของประเทศก็ทั้งกระจัดกระจายและซ้ำซ้อน ดังนั้น รัฐบาลต้องการจัดองคาพยพใหม่ เพื่อตอบโจทย์ Thailand 4.0

โดยได้มีการวางกรอบแนวคิดเบื้องต้นของโครงสร้างกระทรวงใหม่ ให้แบ่งเป็น 4 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มแรก กลุ่มงานนโยบายและวางแผน งบประมาณ ทุนวิจัย ซึ่งมีทั้งทุนวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์ และประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ

กลุ่มที่สอง กลุ่มสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย จะใช้รูปแบบคล้ายกับของสาธารณรัฐประชาชนจีน (Chinese Academy of Sciences) ในกลุ่มนี้ จะมีเรื่องงานวิจัย ดาวเทียม ดาราศาสตร์ นิวเคลียร์ ซินโครตรอน จะมีหน่วยงานอย่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศหรือจิสด้า

กลุ่มที่สาม กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย ทั้งวิจัยพื้นฐาน วิจัยสู่อนาคต และวิจัยประยุกต์ ครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์

กลุ่มที่สี่ คือ กลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ ซึ่งก็คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎที่มีทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาตามภูมิสังคมในแต่ละพื้นที่
สำหรับการทำ พ.ร.บ.อุดมศึกษาที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อตั้งกระทรวงอุดมศึกษานั้น จะไม่มีผลกระทบ สามารถนำที่ทำอยู่มาปรับเปลี่ยนและต่อยอดกันได้ ขั้นตอนจากนี้ กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือกับสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อตั้งคณะทำงานการจัดตั้งกระทรวงใหม่

การควบรวมกันระหว่างกระทรวงวิทย์กับสำนักงานคณะอุดมศึกษา ตำแหน่งซี 11 ซี 10 รวมทั้งตำแหน่งบริหารจะไม่มีปัญหา ดร สุวิทย์เล่าว่า กระทรวงใหม่ น่าจะใช้ระบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ ตั้งง่ายยุบง่าย