หัวเว่ยเซ็น MOU กับรัฐบาลไทย ร่วมมืองานวิจัยนวัตกรรม และประกาศลงทุน 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐในภูมิภาค

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ในงาน “หัวเว่ย เอเชีย-แปซิฟิก อินโนเวชั่น เดย์ (Huawei Asia-Pacific Innovation Day 2018)” ครั้งที่ 4

โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้เน้นความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม อันจะช่วยผลักดันประเทศไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมดิจิทัล และช่วยนำนวัตกรรมต่างๆ ที่คิดค้นโดยคนไทยหรือในประเทศไทยไปสู่เวทีโลก

ความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระดับสูงที่มีความซับซ้อน (Deep Technology) เพื่อช่วยให้ประเทศไทยรุดหน้าไปสู่ยุค4.0 เสริมสร้างความร่วมมือและการสื่อสารอันดีตลอดถึงขั้นตอนการวางแผนและพัฒนานวัตกรรม เสริมสร้างความร่วมมือในสาขาความร่วมมือที่มีอยู่เดิม สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและครบวงจร ต่อธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน พัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถผ่านหัวเว่ย โอเพ่นแล็บ (OpenLab) และศูนย์นวัตกรรมและการเรียนรู้ CSIC (Customer Solution Innovation & Integration Experience Center)  ช่วยให้การสื่อสารระหว่างนักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ นวัตกร และนักวิจัยอื่นๆ เป็นไปโดยสะดวกยิ่งขึ้น ช่วยปรับเปลี่ยนการวิจัยให้เป็นทฎษฎีทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ใหม่ๆ

Startup-NIAHuawei

ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และนายกัว ผิง ประธานกรรมการหมุนเวียนตามวาระ ของหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้

Startup-NIAHuawei

ในโอกาสนี้นายเจมส์ วู ประธาน หัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอแผนส่งเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Huawei’s Developer Enablement Plan)  อันเป็นแผนการสำหรับสนับสนุนเศรษฐกิจแบบดิจิทัลและการวางรากฐานทางดิจิทัลแบบครบวงจรในภูมิภาค

ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะลงทุนกว่า 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการ Huawei OpenLab บ่มเพาะนักพัฒนาระบบคลาวด์ และสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านไอซีทีใหม่ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโอกาสนี้ นายเจมส์กล่าวว่า “หัวเว่ยปรารถนาจะผลักดันนักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีประสบการณ์และบ่มเพาะศักยภาพด้านไอซีทีมานานกว่า 30 ปี การเชื่อมต่อโปรแกรมต่างๆ (APIs) และแพลตฟอร์มการพัฒนาของเราช่วยให้นักพัฒนาจำนวนมากรวมถึงเครือข่ายในการพัฒนาในภูมิภาคมีขีดความสามารถสูงขึ้น นี่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการสร้างโซลูชั่นสำหรับผลักดันอุตสาหกรรมต่างๆ ไปสู่ยุคดิจิทัลและสร้างโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจ หากเราทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน เราสามารถฝันถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นและก้าวไปไกลขึ้น”

นายเจมส์ยังกล่าวว่าหัวเว่ยจะเปิด Huawei OpenLab ในกรุงเดลี ประเทศอินเดียในเดือนสิงหาคมปีนี้ Huawei OpenLab ทั้งที่กรุงเดลีและที่กรุงเทพฯ จะเป็นสถานที่สำหรับให้บริการเกี่ยวกับแพลตฟอร์มนวัตกรรมแบบเปิดกว้างที่หัวเว่ยกับพันธมิตรท้องถื่นรายต่างๆ จะร่วมมือกันพัฒนาโซลูชั่นทางอุตสาหกรรมสำหรับแต่ละท้องถิ่น

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายเจมส์ยังประกาศว่ากิจกรรมหัวเว่ยดิเวลลอปเปอร์ชาเลนจ์ (Huawei Developer Challenge) ประจำปี 2561 จะจัดขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ กิจกรรมพิเศษนี้เป็นกิจกรรมที่หัวเว่ยจะช่วยให้คำแนะนำกับนักพัฒนาที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหัวเว่ยจะให้การสนับสนุนนักพัฒนาที่ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ บนแพลตฟอร์มหัวเว่ยคลาวด์ และผู้ที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ตามเกณฑ์ของหัวเว่ยจะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุดกว่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Startup-NIAHuawei