ไทยโตกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากอุตสาหกรรม 4.0 แนะสตาร์ทอัพหาโอกาสในอีโคซิสเต็มส์

ซิสโก้- เอ.ที.เคียร์เน่ เผยผลวิจัยคาดอุตสาหกรรมการผลิตไทยได้อานิสงส์โตเพิ่มจากอุตสาหกรรม 4.0 กว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 ล้านล้านบาทในปี 2028 พร้อมแนะไทยฉวยจังหวะปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีดึงฐานการผลิตโยกออกจีน คว้าโอกาสสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

นาวีน เมนอน ประธานภูมิภาคอาเซียนซิสโก้ เผยผลวิจัยเรื่อง “เร่งผลักดันอุตสาหกรรม 4.0 ในภูมิภาคอาเซียน แผนปฏิบัติการสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต” ที่จัดร่วมกับเอที เคียร์เน่ ว่า อุตสาหกรรมการผลิตอาเซียนเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยมูลค่า 670 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 21% ของจีดีพีในภูมิภาค และคาดว่าจะเพิ่มเท่าตัวเป็น 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2028 นอกจากนั้น อาเซียนยังสามารถเพิ่มมูลค่าการผลิตจากการใช้เทคโนโลยีในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพิ่มเติม 2.50-2.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนของไทยจะเพิ่มเป็น 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในทศวรรษหน้า

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิตของไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 136 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รองจากอินโดนีเซียซึ่งเน้นการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ โดยอาหาร เครื่องดื่ม บุหรี่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ชิ้นส่วน เป็น 3 อุตสาหกรรมย่อยที่สร้างรายได้ของอุตสาหกรรมการผลิตไทย ทั้งยังพบว่าไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศ รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่มีความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 จากการมีโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน และเน้นการส่งออกและการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเทคโนโลยีหลักในอุตสาหกรรม 4.0 ประกอบด้วยอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ ปัญญาประดิษฐ์ เครื่องพิมพ์สามมิติ แอดวานซ์โรบอติกส์ หรือเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูง อุปกรณ์สวมใส่

อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ประกอบการยังปรับใช้เทคโนโลยีได้ช้า เนื่องจากแรงงานยังมีราคาถูก ยังไม่เห็นความต้องการของลูกค้าในตอนนี้ นอกจากนี้ การขาดแคลนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญก็ยังทำให้ไม่เห็นผลลัพธ์ของกรณีศึกษาธุรกิจที่ชัดเจน

เมนอนแนะด้วยว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและสตาร์ทอัพน่าจะมองหาการสร้างโอกาสส่วนของ อุปกรณ์ต่อเชื่อมหรือธิงส์ เช่น เซนเซอร์ตรวจจับ และการพัฒนาแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการอุตสาหกรรม เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอีโคซิสเต็มส์