มุมมองการลงทุน“ภูมินทร์ ยุวจรัสกุล” “ขาดทุนเพื่อเติบโต” ประสบการณ์ความสำเร็จธุรกิจสตาร์ทอัพ

“ขาดทุนเพื่อการเจริญเติบโต”…เพราะเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงประการเดียว ทว่าเป็นวิธีที่นักลงทุนสามารถดิ้นรนป้องกันตัวเองให้พ้นจากการขาดทุน สร้างสมประสบการณ์ ฝ่าฟันจนสำเร็จ สามารถขยาย ขายต่อกิจการมีกำไรเป็นกอบเป็นกำได้

นั่นเป็นมุมมองของภูมินทร์ ยุวจรัสกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีททิโก (ประเทศไทย) จำกัด จากบทบาทของสตาร์ทอัพผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Eatigo ให้บริการจองและรับส่วนลดจากร้านอาหาร ประสบความสำเร็จเติบโตอย่างรวดเร็ว ผ่านการระดมทุนมาแล้ว 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 530 ล้านบาท

ถึงวันนี้ ภูมินทร์ ยุวจรัสกุล ได้ต่อยอดประสบการณ์ความสำเร็จ ผันตัวเองมาเป็นผู้ร่วมลงทุน (VC) ในกิจการสตาร์ทอัพอื่นๆ ที่มีศักยภาพ สามารถสานไอเดียของเขาให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ โดย ภูมินทร์ มีหลัก 3 ประการในการเป็น VC  ที่ประสบความสำเร็จ คือ

ประการแรก Business Model ของสตาร์ทต้องมีแผนการขยายธุรกิจ (expansion plan) ที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นมุ่งมั่นเติบโตได้ทั้งในและต่างประเทศ สามารถขยายหรือขายต่อได้ ที่นับเป็นหนทางหนึ่งของการป้องกันหรือหลุดพ้นการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นได้

“ไม่ว่าสินค้า/บริการนั้นสร้างฐานลูกค้าได้กว้างขวางใหญ่โตมากมายเพียงใด หรือมีเงินทุนสนับสนุนมากแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้าที่มีอยู่มากมายไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับกิจการ หรือไม่สามารถนำโมเดลธุรกิจที่เป็นอยู่ไปปรับใช้กับฐานตลาดในประเทศอื่น (scalable) ก็เป็นอันคาดการณ์ได้ว่า การขยายตัวก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วคงยุติลงในอนาคตอันใกล้”

ประการที่สอง การเป็น VC ที่ดี ควรทำตัวเป็นหุ้นส่วนกลยุทธ์ (strategic partner) ให้คำปรึกษาแนะนำ ถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จ สานต่อให้เกิดประโยชน์ และคำนึงถึงความยั่งยืนของธุรกิจ (sustainability) มากกว่าการวัดผลจากดัชนีประเมินผลงาน (key performance indicators: KPI) ต่างๆ

“การลงทุนในสตาร์ทอัพ ไม่มีใครมานั่งรอกำไรจากเงินปันผล สิ่งที่นักลงทุนหวังคือกำไรจากมูลค่ากิจการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องที่ไม่แปลกเลยหากสตาร์ทอัพตั้งใจขาดทุนเพื่อการเจริญเติบโตในอนาคต”

ประการสุดท้าย ให้สิทธิ์และโอกาสกับสตาร์ทในการเจรจากับผู้ร่วมลงทุนรายอื่นๆ เหมือนกับการเลือกคู่ ได้ศึกษานิสัยใจคออย่างลึกซึ้ง ชอบและพึงพอใจกันและกันมากที่สุด เพราะทั้งสองฝ่ายต้องหนทางร่วมทำงานยังอีกยาวไกล หากการเจรจาด้วยมีความเห็นไม่ตรงกัน โดยมารยาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงต้องหลีกทางให้กับคู่เจรจาที่พึงใจกันมากที่สุด

“การเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพที่เป็นสินค้าฮาร์ดแวร์ เพราะจับต้องได้และลดความเสี่ยงในการลงทุนได้ระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับการลงทุนในตัว “บุคคล” ที่มั่นใจได้ว่ามีฝีมือ เพื่อนำทีมตะลุยกรุยทางธุรกิจ ตระเวนศึกษาดูงานธุรกิจทั้งในต่างประเทศ นำมาประเมิน เสนอไอเดีย แนะนำให้ซื้อกิจการ (option to buy business) ที่มีแนวโน้มประสบความสำเร็จได้”


อ้างอิง:

http://www.forbesthailand.com/special_issue-detail.php?did=1921