เปิดคัมภีร์บริหารสตาร์ทอัพ สไตล์แจ็ค หม่า หนุนความสามารถผู้หญิงที่ AI เทียบไม่ได้

คำสามคำที่ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของยักษ์ใหญ่ Alibaba Group ผู้สร้างประวัติศาสตร์การค้าไร้พรมแดนเน้นอยู่เสมอคือ “ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ผู้หญิง และคนรุ่นใหม่”

โลกการค้าอนาคตต้องการระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ (ecosystem) ที่สามารถรองรับข้อมูลมหาศาล (big data) ได้และเพื่อเอาข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยศักยภาพของผู้หญิงมาทำงานควบคู่กันจึงจะสมบูรณ์แบบ คำพูดแจ็ค หม่า ไม่ต่างอะไรกับคัมภีร์สอนน้องใหม่วงการสตาร์ทอัพ และไม่ว่าเวลาจะผันเปลี่ยนไปแค่ไหน คำสอนจากแจ็ค หม่า ก็จะยังคงคุณค่าเสมอ

สนับสนุนผู้หญิงให้มีบทบาทมากขึ้นทางเศรษฐกิจ

ทุกคนอาจรู้ว่าผู้ประกอบการขนาดเล็กและสตาร์ทอัพเป็นเรื่องสำคัญ แต่คุณค่าของผู้หญิงในเรื่องนี้อาจจะยังเป็นคำถาม แจ็ค หม่า ชี้ว่าในโลกธุรกิจออนไลน์ ผู้ชายมองเห็นข้อมูลและข้อเท็จจริง ผู้หญิงมองเห็นรายละเอียดและจดจำประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและข้อเท็จจริงแทนผู้ชายได้ แต่เรื่องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้านั้น AI ทดแทนผู้หญิงไม่ได้

การค้าในศตวรรษที่ 21 ความใหญ่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกแล้ว สำคัญคือต้อง “เล็กแต่ยิ่งใหญ่” ซึ่งผู้ประกอบการหญิงที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของ Alibaba Group ที่มีอยู่ราวร้อยละ 40 ของผู้ประกอบการทั้งหมด มีศักยภาพเติบโตไปในแนวทางนี้ ผู้หญิงมักใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหาสินค้ามาจำหน่ายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความพิเศษเฉพาะตัว (niche) มากขึ้น

อย่างกลุ่มอาลีบาบาเอง ในบรรดาผู้ก่อตั้ง เป็นหญิง 6 คนในทั้งหมด 18 คน มีผู้บริหารหญิงอยู่ร้อยละ 34 และมีพนักงานหญิงถึงร้อยละ 47 จากทั้งหมด 50,000 คน เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงมีสติปัญญาและศักยภาพที่ดีไม่แพ้ผู้ชาย ขอแค่ช่วยให้โอกาสกับผู้หญิงมากขึ้น ช่วยกระตุ้นให้ผู้หญิงกล้าฉีกตัวเองออกจากบทบาทที่หลายๆสังคมตีกรอบให้มากขึ้น

“AI วิเคราะห์ข้อมูลแทนผู้ชายได้ แต่เรื่องการส่งมอบประสบการณ์ซื้อขายที่ดีให้ตรงใจลูกค้า AI ทำแทนผู้หญิงไม่ได้”

The United States Census Bureau ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการเก็บสถิติของสหรัฐอเมริการะบุว่าประชากรโลกปัจจุบันอยู่ที่ราว 7,400 ล้านคน เป็นชาย 3,730 ล้านคน และหญิง 3,670 ล้านคน ดูแล้วจำนวนก็ใกล้เคียงกัน แต่ Dr. Jim Yong Kim President ของ World Bank Group ชี้ว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างชายและหญิงยังต่างกันถึง 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
แจ็ค หม่า มองว่าหนึ่งในการการลดช่องว่างนี้ลงคือการร่วมมือกับเอกชน อย่าง Ant Financial Services ธุรกิจการเงินของกลุ่มอาลีบาบาก็นำเทคโนโลยีมาใช้ ช่วยให้คำปรึกษาทางการเงิน ให้เงินทุนและการอบรมแก่ผู้หญิง ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดช่องว่าง และเพิ่มบทบาททางธุรกิจแก่ผู้หญิงได้นับล้านคน

ขุดสมบัติจาก Big Data เพื่อใช้ในธุรกิจ

เป้าหมายของอาลีบาบาใน 7 ปีข้างหน้าคือการติดต่อระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และโลจิสติกส์ต้องเร็ว สินค้าภายในจีนต้องจัดส่งให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และส่งทั่วโลกได้ภายใน 72 ชั่วโมง ในปี 2036 ธุรกิจออนไลน์กับออฟไลน์ต้องผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อพร้อมบริการลูกค้าให้ได้จำนวน 2,000 ล้านราย และบริษัท 10 ล้านแห่ง หากจะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ ต้องอาศัย “Big Data” สมบัติล้ำค่าที่องค์กรสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ

แจ็ค หม่า มองว่าอีก 10 ปีข้างหน้า Big Data และคลาวด์จะยิ่งทวีความสำคัญ อินเทอร์เน็ตจะมีอิทธิพลต่อกระบวนการผลิตทั้งหมด การค้าขายจะเป็น C2B (ผู้บริโภคกับธุรกิจ) หมายความว่าการผลิตจะไม่เน้นที่ปริมาณอีกต่อไป เพราะผู้บริโภคจะมีบทบาทในการกำหนดให้ผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการเฉพาะตัว

การปรับตัวให้ทันและตอบสนองลูกค้าให้ไว ยังคงเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพเสมอ ที่เพิ่มเติมคือจงใช้ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ทุกเพศให้เต็มที่ เพื่อคว้าชัยชนะในสนามการค้าที่เข้มข้นนี้


อ้างอิง: Forbes Thailand