MeZ เตรียมระดมทุนซีรีส์เอปลายปีนี้

MeZ มาร์เก็ตเพลสเกษตรไทยดึงชาวสวนเปิดตลาดออนไลน์ เข้าถึงลูกค้าโดยตรง พร้อมขยายผลต่อยอดนำพืชผักเนื้อสัตว์ เตรียมระดมทุนขึ้นแท่นซีรีส์เอในสิ้นปี

เป็นอีกหนึ่งในมาร์เก็ตเพลส https://mezfruit.com/ ที่ได้รับอานิสงค์จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค New Normal หลังเกิด Covid-19 ที่ทำให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มเท่าตัวเดือนเมษายนเทียบกับมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งกระตุ้นชาวสวนให้กระตือรือล้นที่จะได้ใช้ออนไลน์ เป็นอีกช่องทางจำหน่ายสินค้าถึงมือผู้บริโภค

ภรณี บุศยพลากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MeZ (มีแซ่ด) เล่าว่า การเกิดโรคระบาด กระตุ้นให้ลูกค้าและชาวสวนต่างหันมาใช้ออนไลน์การซื้อและขายมากขึ้น แตกต่างจากเมื่อสองปีที่ผ่านมาที่ต้องให้ความรู้กับชาวสวนเพื่อจูงใจในการเปิดการขายออนไลน์

“ตลาดผลไม้ในไทยทั้งการส่งออกและบริโภคในประเทศไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี เราจึงอยากสร้างมาร์เก็ตเพลสของไทยเพื่อเกษตรกรไทย และแม้ปัจจุบันจะมีหลายมาร์เก็ตเพลสเพิ่มมากขึ้น  เราขอเป็นหนึ่งในทางเลือกและเป็นศูนย์รวมชาวสวนคุณภาพเพื่อให้บริการกับผู้ใช้งาน และเป็นทางเลือกการกระจายสินค้าให้กับเกษตรกร”

ภรณี ระบุว่า MeZ แตกต่างจากรายอื่น โดยให้บริการที่ครบวงจร ตั้งแต่การถ่ายรูปภาพสินค้า วิดิโอ การทำตลาดออนไลน์และให้เจ้าของสวนได้สร้างตัวตนหรือแบรนด์ในแพลตฟอร์มได้ พร้อมรับคำสั่งซื้อสรุปยอดให้กับเกษตรกร

สิ่งที่ชาวสวนต้องดำเนินการ มีเพียงรับทราบยอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าและตัดผลไม้ จัดแพ็คเก็จเตรียมการจัดส่งได้ตรงตามกำหนด ซึ่งโดยเฉลี่ยต้องใช้เวลาไม่เกินสองวัน เพื่อรักษาคุณภาพผลไม้

ลูกค้าบนแพลทฟอร์มจะเป็นคนทำงานและส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่อาจไม่สะดวกเดินทางไปซื้อเอง โดยผลไม้ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียน  มังคุด มะยงชิด ส้มโอ ขาวน้ำผึ้ง ทับทิมสยามและทองดีและอื่นๆ รวมผลไม้กว่าสามสิบชนิด มากกว่าร้อยสวนที่ได้ผ่านการคัดคุณภาพทั่วประเทศกระจายตามฤดูกาล

แม้จะมีแพลตฟอร์มจากจีนเข้ามาซื้อเพื่อส่งออก แต่ราคาจากการขายส่ง จะต่ำกว่าราคาขายปลีกออนไลน์ในประเทศ เกือบเท่าตัว เช่น ทุเรียนส่งออกกิโลกรัมละ 80 บาท หากขายออนไลน์ในประเทศจะได้ถึง 150 บาทต่อกิโลกรัม โดยสวนผลไม้ที่อยู่ใน MeZ จะมีขนาดไม่เกิน 50 ไร่ ที่จะสามารถตัดขายปลีกและส่งได้หลายช่องทาง

บริษัทเตรียมเพิ่มฟีเจอร์การไลฟ์สดที่ให้ชาวสวนได้สนทนากับผู้ซื้อโดยตรงอีกด้วย พร้อมกันนี้จะขยายสู่การเป็นตลาดกลางพืชผัก เนื้อสัตว์ อาหารทะเลและขยายเข้าสู่ตลาดองค์กรหรือบีทูบี เช่น ร้านอาหาร

ภรณี ตั้งเป้าที่จะทำอีมาร์เก็ตเพลสนี้ ระดมทุนระดับซีรีส์เอ ที่ต้องสร้างรายได้ให้ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสิ้นปี เพื่อการขยายธุรกิจตามเป้าหมาย โดยปัจจุบัน บริษัทมีรายได้จากส่วนแบ่งของกำไร (GP: Gross Profit ) เฉลี่ย 15-25% ซี่งเป็นราคาที่เกษตรกรรับได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการค้าส่งและบริการที่ครบวงจรรวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่บริษัทจัดหาและค่าการตลาดผ่านโซเชียลที่ได้ดำเนินการ

การเข้ามาสนับสนุนสตาร์ทอัพสายเกษตรของภาครัฐ อย่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดย ABC Center ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงลูกค้าพร้อมคอนเน็คชั่นทางธุรกิจ หากอนาคตรัฐจะสามารถอุดหนุนการจัดทำบรรจุภัณฑ์ให้เกษตรกรหรือการจัดหาบรรจุภัณฑ์ในชุมชนได้ ก็จะช่วยลดภาระต้นทุน รวมถึงพันธมิตรที่เอ็กซ์คลูสีฟการจัดส่งสินค้าเพื่อให้ส่งได้ทันเวลา

เธอมองว่า สตาร์ทอัพสายเกษตร จะสร้างมูลค่าเพิ่มและขีดความสามารถการแข่งขันให้กับเกษตรกรรมไทยที่เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและกว่า 60% ของประชากรเป็นเกษตรกร เราเชื่อว่าสตาร์ทอัพสายเกษตรยังเติบโตได้อีกมาก เป็นซัพพลายเชนที่มีขนาดใหญ่ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ การปลูก ปุ๋ย ดิน จนเป็นผลผลิต