“ไมโครซอฟท์” ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดของสหรัฐอเมริกา

มาเงียบๆ แต่คว้าพุงปลาไปเรียบเลยทีเดียวสำหรับไมโครซอฟท์ ที่ไม่เพียงแต่มีมูลค่าธุรกิจแซงหน้าแอปเปิลกับอเมซอน ไมโครซอฟท์ยังกลายเป็นบริษัทเบอร์ 1 ของสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปี 2561 อีกด้วย (แม้ว่าจะไม่ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม)

อย่างไรก็ดี การก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของไมโครซอฟท์ในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นเพราะกลุ่ม FAANG กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจ ส่งผลให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงอย่างหนัก ซึ่งกลุ่ม FAANG ย่อมาจาก เฟซบุ๊ก, แอปเปิล, อเมซอน, เน็ตฟลิกซ์ และกูเกิล โดยผู้ที่เลือกบริษัทเหล่านี้ออกมาและตั้งชื่อให้เป็นคนแรกคือ จิม เครเมอร์ (Jim Cramer) ซึ่งเขาตั้งชื่อกลุ่มนี้มาตั้งแต่ปี 2556 ในฐานะบริษัทที่มูลค่าหุ้นมีการเติบโตเร็วจนน่าจับตา

ในตอนนั้น กระแสของกลุ่ม FAANG จุดติด และทำให้นักลงทุนต่างพากันเข้าซื้อหุ้นกลุ่ม FAANG กันยกใหญ่ แต่มาถึงวันนี้ ปัญหาต่างๆ ที่กลุ่ม FAANG ต้องเผชิญก็ทำตลาดเสียศูนย์ไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของเฟซบุ๊กกับปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน กูเกิลกับปัญหาพนักงานประท้วงในโปรเจ็คต์ที่ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการทหาร และการทำเสิร์ชเอนจินเพื่อบุกตลาดจีน ส่วนแอปเปิลก็มีปัญหารุมเร้าจากหลายด้าน ทั้งยอดขายสมาร์ตโฟนที่บริษัทจะเลิกประกาศ ทำให้ถูกมองว่ายอดขายอาจต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ อีกทั้งยังเผชิญปัญหาสงครามการค้าจีน – สหรัฐอเมริกา ทำให้สมาร์ตโฟนของทางค่ายขายได้ยากขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนจะส่งมาขายในสหรัฐอเมริกาก็เจอภาษีจากประเทศแม่เสียอีก

โดยในกรณีของแอปเปิลนั้น แม้บริษัทจะไม่ออกมาชี้แจงมากนัก แต่หากจับสัญญาณจากซัพพลายเออร์ที่แอปเปิลดีลด้วยแล้ว จะพบว่ามีความระส่ำระสายกันไม่น้อยเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไมโครซอฟท์ต้องเผชิญเลยแม้แต่น้อย

ความสำเร็จของไมโครซอฟท์ในวันนี้มาจาก 2 ธุรกิจหลัก นั่นคือคลาวด์คอมพิวติ้งอย่างอะชัวร์ (Azure) ที่ตอนนี้แน่นอนแล้วว่า อะชัวร์จะกลายเป็นแหล่งรายได้หลักอีกตัวหนึ่งในอนาคต อีกข้อคือการเปลี่ยนแปลงภายในของบริษัทที่มีซีอีโออย่างสัตยา นาเดลลา เป็นคนกุมบังเหียน มูลค่าหุ้นอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ได้ดี เพราะในเวลาที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกากำลังผันผวนนี้ มูลค่าหุ้นของไมโครซอฟท์ลดลงเพียง 18 ดอลลาร์สหรัฐมาอยู่ที่ 98 ดอลลาร์สหรัฐ จากที่เคยอยู่สูงสุดที่ 116 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแอปเปิลนั้น มูลค่าหุ้นร่วงอย่างหนักถึง 81 ดอลลาร์สหรัฐ ลงมาอยู่ที่ 152 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกูเกิลลดลง 283 ดอลลาร์สหรัฐ ลงมาอยู่ที่ 1,009 ดอลลาร์สหรัฐ และอเมซอน ลดลง 640 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 1,411 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า มีเพียงไมโครซอฟท์บริษัทเดียวที่มูลค่าหุ้นตกลงไม่ถึง 15% ส่วนที่เหลือนั้น ลดลงไปกว่า 30% กันทั้งสิ้น

จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้มูลค่าธุรกิจของไมโครซอฟท์ในปัจจุบันอยู่ที่ 7.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าแอปเปิลที่ 7.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กูเกิล 7.06 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และอเมซอน 6.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐไปโดยปริยาย ส่วนเฟซบุ๊กตกลงมาเหลือ 3.78 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเน็ตฟลิกซ์ อยู่ที่ 1.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นบริษัทเล็กเกินกว่าจะแข่งกับเกมระดับบนได้ไปเลย

สำหรับไมโครซอฟท์แล้ว การเป็นเบอร์หนึ่งในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันยากลำบากเช่นนี้ บางทีอาจเป็นที่น่าจดจำไม่แพ้กับการขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐก็เป็นได้

อ้างอิง: zdnet.com