NIA จับมือฮ่องกง เตรียมเชื่อมฮับกรุงเทพฯ เชียงใหม่

Startup Thailand เล็งจับมือฮ่องกง สร้างพันธมิตรเชื่อมโยงสตาร์ทอัพไทย

การสร้างความเชื่อมโยงกับชุมชุมสตาร์ทอัพในฮ่องกงนับเป็นภารกิจหนึ่งของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) โดยในอนาคต ฮ่องกงจะเป็น hub partner ที่มีความสำคัญคู่กับ Bangkok hub และ Chiang Mai hub และฮ่องกงจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะพาสตาร์ทอัพไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้

ปัจจุบัน ที่ฮ่องกงมีสตาร์ทอัพมากกว่า 2,000 ราย และมีคนอยู่ในคอมมูนิตี้มากกว่า 18,000 คน มี co-working space มากกว่า 100 แห่ง

นายปริวรรต วงษ์สำราญ  ผู้อำนวยการศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้นประเทศไทย กล่าวว่า จุดเด่นของฮ่องกงที่ทำให้มีสตาร์ทอัพจำนวนมากเพราะฮ่องกงเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อของ Greater Bay Area ประกอบด้วย Hong Kong, Macau, Guangzhou, Shenzhen, Zhuhai, Foshan, Zhongshan, Dongguan, Huizhou, Jiangmen และ Zhaoqing รวมถึงการเชื่อมโยง One Belt One Road ตามนโยบายหลักของจีน และเป็นประตูออกสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ฮ่องกงยังเป็นแหล่งระดมทุนทางด้าน AI และ Fintech ในระดับโลก โดยเรียกตัวเองว่าเป็น World’s Most Valuable AI Company และ World’s Largest FinTech Series A ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา FinTech Ecosystem มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลายอย่าง ตั้งแต่ด้านการลงทุนของ VC ในช่วงปี 2014-2016 มีการลงทุนรวม 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วงระยะเวลาเพียง 12 เดือนที่ผ่านมามีการลงทุนสูงถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพฟินเทคมากกว่า 200 ราย โดยส่วนใหญ่จะเน้นด้าน Payments, WealthTech, RegTech, InsurTech, Lending และ Crowdfunding

ปัจจุบันสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นในฮ่องกงมีถึง 4 บริษัท ซึ่งทั้งหมดต่างก็พัฒนา AI เป็นของตัวเอง

ในฮ่องกงมี Acceleration Program เฉพาะด้าน  เช่น ด้าน IoT/Hardware จะมี Brinc ซึ่งเรียกตัวเองว่า ‘hands-on hardware’ accelerator ลงทุนในสตาร์ทอัพแล้ว 20 ราย ‘Zeroth AI เป็น AI accelerator เน้นด้าน Edge Computing, Natural Language, Autonomous Vehicles, AgTech และ Human-Machine Interface Technology มีนโยบายลงทุน 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับหุ้นร้อยละ 6 และ ‘SuperCharger เป็น FinTech accelerator ที่มีความพร้อมทั้งเครือข่าย VC และ mentor เพื่อเจาะตลาดเอเชีย และยังมีพื้นที่ให้สตาร์ทอัพใช้งานใน Cyberport Hong Kong อีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ Startup Thailand ร่วมมือกับสมาคม Thailand Tech Startup Association นำ 24 สตาร์ทอัพไทยเยี่ยมชมงาน RISE ที่ฮ่องกง ซึ่งเป็น sister event ของ Web Summit อันเป็นงาน Tech event ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

“ในงานนี้เราได้มาอัพเดตข้อมูลของตลาดจีนที่น่าสนใจหลายอย่าง” นายปริวรรตกล่าว พร้อมเสริมว่า session “The China Internet Report” ได้กล่าวถึงตลาดจีนว่า แม้ว่ามีคนจีนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพียงร้อยละ 55 แต่จำนวน smartphone user มากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 3 เท่า และจำนวน mobile payment user โตกว่าสหรัฐอเมริกา 11 เท่า

“ฮ่องกงมีความพร้อมและข้อได้เปรียบหลายอย่าง แต่เราก็เชื่อว่าสตาร์ทอัพไทยสามารถแข่งขันได้และทำได้ไม่แพ้ฮ่องกง รวมถึงการเป็นพันธมิตรกัน” นายปริวรรตกล่าว

Startup_RISE_01
Startup_RISE_03
previous arrow
next arrow
ArrowArrow
Slider