“นาวิต้า”สมาร์ทฟาร์มเมล่อนใช้ “เซนเซอร์”เพิ่มผลผลิต

“นาวิต้า” สมาร์ทฟาร์มเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ ปิ๊งไอเดีย ใช้เทคโนโลยี “เซนเซอร์” ควบคุมการเพาะปลูกเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้สูงเกิน 90%

สิริญา ไตรโชค กรรมการผู้บริหาร บริษัท นาวิต้า จำกัด ผู้ปลูกและจัดจำหน่ายเมล่อนแบบครบวงจรเปิดเผยว่า กระบวนการปลูกเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ คัดสรรสายพันธุ์เมล่อนที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เมล่อนของฟาร์มนาวิต้ามีรสชาติที่หลากหลายแตกต่างจากฟาร์มเมล่อนทั่วไป เนื่องจากมีประสบการณ์ ปลูกเมล่อนยาวนานกว่า 30 ปี แต่ละขั้นตอนการปลูกพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ยหรือการรดน้ำทุกหยดที่หล่อเลี้ยงให้เมล่อนเจริญงอกงามล้วนดูแลเอาใจใส่อย่างดี พร้อมกับนำเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์ม ช่วยบริหารจัดการฟาร์มจนทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงอย่างแม่นยำเกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

สำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่นำมาใช้เพื่อยกระดับเป็นสมาร์ทฟาร์ม คือ เทคโนโลยีเซนเซอร์ (Sensor Technology) ซึ่งเข้ามาช่วยควบคุมการเพาะปลูก รวมไปถึงการบริหารจัดการทรัพยากรที่ใช้ในการทำเกษตรกรรม จึงได้ผลผลิตเมล่อนคุณภาพชั้นเลิศ รสชาติแท้ ๆ เหมือนกับสายพันธุ์จากญี่ปุ่นทั้งปริมาณและคุณภาพคงที่ตลอดทั้งปี

“เป้าหมายของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมของสมาร์ทฟาร์ม ไม่ได้ต้องการลดต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว เพราะมั่นใจว่าหากทำการเกษตรโดยวางเป้าหมายให้ได้ผลผลิตตามที่กำหนดไว้ ต้นทุนการผลิตต่างๆ จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นจากผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้” ดังนั้นในการเพาะปลูกไม่ได้ควบคุมต้นทุนการผลิต แต่ใช้ประสบการณ์ความรู้ด้านเกษตรที่เชี่ยวชาญมาเป็นพื้นฐานด้วยความเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมดิน น้ำ อากาศ และวิธีการเพาะปลูก จากนั้นจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย เช่น เซนเซอร์ประมวลและประเมินปริมาณการให้น้ำหรือใส่ปุ๋ยให้มีความแม่นยำ โดยอยู่บนพื้นฐานการเกษตรที่ดี เลือกใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด เข้ามาเสริมการทำการเกษตร จึงทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงเป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ฟาร์ม “นาวิต้า” เปิดแพลตฟอร์มจัดจำหน่ายทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสั่งจองสินค้าล่วงหน้าและบริการจัดส่งถึงบ้าน โดยลูกค้าสามารถสั่งจองเมล่อนได้ตั้งแต่เริ่มหยอดเมล็ดพันธุ์ลงแปลงเพาะปลูก สำหรับสายพันธุ์เมล่อนของ ฟาร์มนาวิต้าฟาร์มที่มีชื่อเสียง ส่งออกและจำหน่ายในประเทศ มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เพิร์ลเมล่อน เนื้อเขียว (Green Pearl Melon) ร็อคกี้เมล่อน เนื้อส้ม (Orange Rocky Melon) กาเลียเมล่อนญี่ปุ่น (Japanese Galia Melon) และเพิร์ลเมล่อนเนื้อส้ม (Orange Pearl Melon)

นอกจากนี้ยังมีอีกสายพันธุ์ที่คุณภาพและราคาเกรดพรีเมี่ยม คือ พันธุ์ ชิซึโอะกะ (SHIZUOKA) เนื้อสีเขียว เนื้อสัมผัสนุ่มลิ้นแบบละลายในปาก หวาน หอม ฉ่ำ เฉพาะสายพันธุ์นี้ราคาจำหน่ายลูกละ 2,000 บาท ลูกค้าต้องสั่งจองล่วงหน้า เพราะเมล่อนสายพันธุ์นี้ ปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง ช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งสามารถส่งตรงถึงบ้านลูกค้าได้ในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์เท่านั้น

อย่างไรก็ตามในช่วงสถานการณ์วิกฤติ Covid-19 ฟาร์ม “นาวิต้า” ยอดขายออฟไลน์แบบ B2B (Business-to-Business) ที่จำหน่ายให้กับห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงแรม หรือตามสถานที่ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักยอดขายลดลง แต่ยอดขายออนไลน์แบบ B2C (Business-to-Consumer) เพิ่มสูงขึ้น แต่ยอดขายและรายได้ทางออนไลน์ยังเติบโตได้ไม่มากเท่ากับยอดขายแบบออฟไลน์ จึงพยายามเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นที่แพร่หลายจนกว่าสถานการณ์ Covid-19 กลับสู่ภาวะปกติ