หญิงไทยหนุนอินเทอร์เน็ตเพื่อสตรี ลดคุกคามทางเพศ

เทเลนอร์กรุ๊ปเผยผลสำรวจล่าสุด เป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุปนิสัยและค่านิยมต่อการใช้งานโทรศัพท์มือถือของผู้หญิงในวัยทำงาน การสำรวจ “Tech Trends: Women” พบว่า ผู้หญิงใช้โทรศัพท์เพื่อความบันเทิงส่วนตัวเป็นหลัก ไม่ใช้ในการทำงาน

ดร.เอริก้า กิ๊บสัน รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์และการค้นคว้าวิจัยด้านผู้ใช้งาน เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าวว่าโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงกล่าวว่าโทรศัพท์มือถือเป็นหนี่งในเครื่องมือที่ช่วยพวกเธอออกแบบการใช้ชีวิตที่มีความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว แต่เราพบว่าโทรศัพท์มือถือมีอิทธิพลต่อการทำงานของพวกเธอน้อยกว่าที่เราคาดไว้ เนื่องจากกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานที่มีการศึกษาสูงมักใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อความบันเทิง การติดต่อสื่อสารในชีวิตส่วนตัว เพื่อหยุดพักจากชีวิตการทำงานอันวุ่นวาย

“จากการสำรวจครั้งนี้ เราได้ข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจนและมีประโยชน์อย่างมากเกี่ยวกับอุปนิสัยและความต้องการต่อบริการดิจิทัลของผู้ใช้งานหญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการทำความเข้าใจ เนื่องจากเรารู้ดีว่าผู้หญิงเป็นผู้ใช้งานกลุ่มใหญ่ในบริการดิจิทัลและข้อมูลข่าวสาร” ดร.กิ๊บสัน กล่าว

การสำรวจครั้งนี้ถูกจัดขึ้นกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี ในประเทศแถบสแกนดิเนเวียและเอเชีย (มาเลเซีย เมียนมา นอร์เวย์ สิงคโปร์ สวีเดน และไทย)เพื่อความหลากหลายของระบบเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ระดับของการพัฒนาอุตสาหกรรม และอัตราการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ

การใช้งานหลักบนโทรศัพท์มือถือของผู้หญิง

โดยประมาณร้อยละ 50-80 ของกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงทั้งหกประเทศพบว่าพวกเธอใช้งานโซเชียลมีเดียมากที่สุด แอปพลิเคชันรับ-ส่งข้อความตามมาเป็นอันดับ 2 ในประเทศส่วนใหญ่ ยกเว้นในสิงคโปร์ ที่แอปพลิเคชันรับ-ส่งข้อความถูกใช้มากที่สุดเป็นอันดับแรก การอ่านข่าวเป็นคำตอบอันดับต้นๆ ในนอร์เวย์และเมียนมา ส่วนการฟังเพลงถูกจัดเป็นอันดับ 3 ในสวีเดนและสิงคโปร์ ส่วน WiFi Calling ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน กลับถูกผู้หญิงชาวมาเลเซียและเมียนมาละเลย เพราะพวกเธอยังคงนิยมการโทรแบบปกติ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 อันดับแรกของการใช้งานหลักของพวกเธอ

เป็นที่น่าสนใจว่าอัตราการใช้งานโทรศัพท์มือถือสำหรับงานและชีวิตส่วนตัว แตกต่างกันระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ผู้หญิงชาวนอร์เวย์และสวีเดนระบุว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในการทำงานเป็นกิจกรรมอันดับท้ายๆ และผู้สำรวจพยายามตัดขาดจากการทำงานในเวลากลางคืน ในขณะที่ผู้หญิงในประเทศอาเซียนส่วนมากยอมให้งานเข้ามาแย่งเวลาส่วนตัว ส่วนผู้หญิงชาวไทยและเมียนมายกให้แอปพลิเคชันรับ-ส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับงานและการโทรเป็นการใช้งานที่สูงเป็นอันดับที่ 4 และ 6 ตามลำดับ

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดขณะใช้งานโทรศัพท์มือถือ

ผู้หญิงทั้งหกประเทศให้ความเห็นตรงกันว่า “ความบันเทิง” และ “การเชื่อมต่อกับโลก” เป็นความรู้สึกอันดับแรกๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานโทรศัพท์มือถือ และเป็นที่น่าสนใจว่า ผู้หญิงชาวสวีเดนระบุว่าพวกเขารู้สึก “เสพติด” ผู้หญิงเมียนมารู้สึก “มองโลกในแง่ดี” ส่วนผู้หญิงมาเลเซีย นอร์เวย์ สิงคโปร์ และไทยต่างมีความรู้สึก “ผ่อนคลาย” ส่วนความรู้สึก “ซึมเศร้า” “เครียด” “ถูกถาโถม” และ “อ้างว้าง” ปรากฏเป็นคำตอบลำดับท้ายๆ ของผู้หญิงในทุกประเทศ

กิจกรรมบนโทรศัพท์มือถือในเวลากลางคืน และเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึก

“โซเชียลมีเดีย” เป็นคำตอบอันดับ 1 ของผู้หญิงในทุกประเทศ ซึ่งคำตอบลำดับรองลงไปจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ร้อยละ 10 ของกลุ่มตัวอย่างจากสวีเดนระบุถึงการซื้อของออนไลน์ช่วงมิดไนท์เซล ผู้หญิงชาวนอร์เวย์และเมียนมานิยมอ่านข่าวเป็นกิจกรรมหลักก่อนเข้านอน โดย 1 ใน 5 ของผู้หญิงชาวนอร์เวย์ยอมรับว่าเปลี่ยนจากการอ่าน “ข่าว” มาเป็น “ข่าวซุบซิบตามแท็บลอยด์” เมื่อเวลายิ่งดึก ส่วน “การใช้งานเพื่อการทำงาน” เป็นคำตอบอันดับสุดท้ายของผู้หญิงในทุกประเทศ

สถานการณ์ที่ผู้หญิงยอมรับหรือปฏิเสธที่จะไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ

การใช้โทรศัพท์มือถือของผู้หญิงวัยทำงานถือเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน แต่ในบางสถานการณ์ พวกเธอก็จะหลีกเลี่ยงที่จะงดใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะด้วยมารยาทหรือความจำเป็น โดยผู้หญิงใน 6 ประเทศต่างกล่าวว่าพวกเธอจะปิดโทรศัพท์ระหว่างการสัมภาษณ์งาน และร้อยละ 90 ของผู้หญิงในสแกนดิเนเวียเห็นว่าการใช้โทรศัพท์ในงานศพเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม แตกต่างจากผู้หญิงเอเชียที่มีเพียงแค่ร้อยละ 25 เห็นว่าไม่เหมาะสม

และสิ่งน่าสนใจกว่านั้น คือระดับความดังของเสียงโทรศัพท์ที่ผู้หญิงเปิดต่างกันในแต่ละสถานการณ์ เนื่องจากในอดีตการสนทนาโทรศัพท์มือถือถูกมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ผู้หญิงในทุกประเทศกล้าที่จะใช้โทรศัพท์ในเวลาโรแมนติกมากกว่าในระหว่างการสัมภาษณ์งานหรืออยู่บนเครื่องบิน ผู้หญิงไทยและเมียนมาเป็นกลุ่มที่มีความกล้าในการใช้โทรศัพท์ในช่วงเวลาโรแมนติกมากที่สุด (มีเพียงร้อยละ 13 และร้อยละ 3 ที่ “ปิดเครื่อง”) ในขณะที่ผู้หญิงสวีเดนร้อยละ 39 ไม่เห็นด้วยกับการใช้โทรศัพท์ในเวลาโรแมนติก สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือขณะใช้ห้องสุขา ผู้หญิงสแกนดิเนเวียไม่มีปัญหาที่จะใช้โทรศัพท์ แต่ผู้หญิงเอเชียเลือกที่จะปิดเครื่องมือสื่อสาร

โทรศัพท์มือถือช่วยเสริมสร้างพัฒนาสังคมได้อย่างไร

กว่าร้อยละ 60 ของกลุ่มตัวอย่างในนอร์เวย์ มาเลเซีย สิงคโปร์ สวีเดนและไทย และร้อยละ 80 ในเมียนมา ระบุว่า “การแชร์ข้อมูลข่าวสาร” ก่อให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด นอกจากนี้ 7 ใน 10 ของผู้หญิงสวีเดน 6 ใน 10 ของผู้หญิงนอร์เวย์ และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้หญิงไทย สิงคโปร์และมาเลเซีย ระบุว่าแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งเป็นเทคโนโลยีมือถือที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสังคมได้

1 ใน 4 ของผู้หญิงไทยและสวีเดนระบุว่า ‘ความเหงา’ เป็นสิ่งที่โทรศัพท์มือถือช่วยบรรเทาได้ ในขณะที่ผู้หญิงสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นที่มีชื่อเสียงในเรื่องความปลอดภัย กล่าวว่าโทรศัพท์มือถือมีส่วนช่วยในเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล

ผู้หญิงต้องการ “อินเทอร์เน็ตเฉพาะสำหรับผู้หญิง” หรือไม่?

กว่าร้อยละ 65 ของผู้หญิงไทยสนับสนุนให้มีอินเทอร์เน็ตเฉพาะสำหรับผู้หญิง เนื่องจากพวกเธอเชื่อว่ามันจะช่วยลดการล่วงละเมิดและส่งเสริมให้เกิดเนื้อหาเกี่ยวกับผู้หญิงมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงชาวสิงคโปร์และสแกนดิเนเวียส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้ โดยมีผู้หญิงเพียงร้อยละ 17 ในสิงคโปร์ ร้อยละ 10 ในสวีเดน และร้อยละ 3 ในนอร์เวย์ที่สนับสนุนอินเทอร์เน็ตเฉพาะสำหรับผู้หญิง โดยพวกเธอกล่าวว่าอินเทอร์เน็ตเฉพาะสำหรับผู้หญิงเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่น่าจะช่วยแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยและการล่วงละเมิดได้ ส่วนผู้ที่สนับสนุนความคิดนี้ให้เหตุผลว่าอินเทอร์เน็ตเฉพาะผู้หญิงน่าจะมีความปลอดภัยสำหรับเด็กมากกว่า

“ถึงแม้ ‘อินเทอร์เน็ตเฉพาะสำหรับผู้หญิง’ จะยังเป็นเพียงแนวความคิด แต่เราคิดว่าคำตอบที่หลากหลายเหล่านี้จะช่วยจุดประเด็นให้เกิดการแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศที่ผู้หญิงไทย เมียนมา และมาเลเซียกำลังเผชิญอยู่บนโลกออกไลน์” ดร.กิ๊บสันกล่าว

บริการโทรศัพท์มือถือเปลี่ยนชีวิตของผู้หญิง

ผู้หญิงทั้งหกประเทศต่างบอกตรงกันว่า แอปพลิเคชันที่มีผลในการเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอมากที่สุด คือแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชันรับ-ส่งข้อมูล และอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งตามมาเป็นอันดับที่ 2 สำหรับผู้หญิงในแถบสแกนดิเนเวีย ผู้หญิงสิงคโปร์ให้ความเห็นว่าแอปพลิเคชันรับ-ส่งข้อมูลเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนอนาคต ส่วนผู้หญิงมาเลเซียมองว่าแอปฯ โซเชียลมีเดีย แอปฯ รับ-ส่งข้อมูล แอปฯ เพื่อความบันเทิง และเครื่องมือค้นหา ต่างมีความสำคัญใกล้เคียงกัน

ผลกระทบของโทรศัพท์มือถือต่อความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว

ผู้หญิงสวีเดนและนอร์เวย์ส่วนใหญ่เห็นว่าโทรศัพท์มือถือ “ไม่มีผล” ต่อความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว แตกต่างจากผู้หญิงไทย สิงคโปร์ และมาเลเซียที่เห็นตรงกันว่าโทรศัพท์มือถือช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานได้ โดยผู้หญิงสิงคโปร์และมาเลเซียยังคงมีความเห็นว่าโทรศัพท์มือถือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว