หุ่นยนต์: ทางเลือกร้านอาหารยุค Covid-19

โรคระบาดอาจช่วยส่งเสริมการใช้หุ่นยนต์มากขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อเสริฟลูกค้าที่กลัวติดเชื้อไวรัส

พวกเขาไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยบ่นและที่สำคัญที่สุดไม่เคยป่วย โรคระบาดได้จุดพลุการใช้หุ่นยนต์มากขึ้นในอุตสาหกรรมบริการ ทั้งนี้สมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) เปิดเผยว่า มีหุ่นยนต์มากกว่า 350,000 ตัว ที่จำหน่ายให้ภาคบริการเมื่อปีที่แล้วและคาดว่าตัวเลขจะโตพรวดในปีนี้

สายการผลิตอาหารแบบอัตโนมัติจะเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดภายหลังจากการยกเลิกล็อคดาวน์ในหลายประเทศ การแทนที่งานด้วยหุ่นยนต์ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว “ฟลิปปี้” (Flippy) หุ่นยนต์จากมิโซ โรโบติคส์ (Miso Robotics) สามารถปรุงเบอร์เกอร์ ทอดไก่และมันฝรั่งได้ ซึ่งบริษัทก็หวังว่าสินค้าตัวนี้จะสร้างสมาชิกจากกลุ่มร้านอาหารในระยะยาวได้ บริษัทปูตู้เทค (PuduTech) ของประเทศจีนก็ผลิต “เบลล่าบอท” (BellaBot) เจ้าแมวยนต์ที่สามารถทำงานแทนพนักงานเสริฟ นอกจากนี้ก็ยังมีหุ่นยนต์ตัวอื่นๆ ที่ผสมคอคเทลได้ ยกถาดอาหารได้

หุ่นยนต์ได้เข้ามาช่วยและแทนที่คนทำงานในกระบวนการทางอุตสาหกรรมหลายปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายและส่วนที่มีความต้องการมากที่สุดคือหุ่นยนต์โลจิสติกส์ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีจำหน่ายไปแล้ว 176,000 ตัว งานคัดเลือกและบรรจุสินค้าในคลังสินค้าเป็นงานที่ง่ายสำหรับหุ่นยนต์และที่สำคัญต้นทุนยังไม่แพงอีกด้วย จากข้อมูลของไอเอฟอาร์ ราคาเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่เพียงประมาณ 33,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อหน่วยเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีการใช้หุ่นยนต์ในงานด้านเทคนิคซับซ้อนมากขึ้น เช่น หุ่นยนต์ในโรงพยาบาล สามารถเป็นผู้ช่วยแพทย์ผ่าตัด ส่วนที่ราคาเฉลี่ยเกิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อหน่วย ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะลดลงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีในช่วง 2-3 ปีหน้า

ปัจจุบัน หุ่นยนต์ทำอาหารหรือเสริฟอาหารยังเป็นเพียงแค่ลูกเล่นในทางการตลาด ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง หุ่นยนต์อาจจะได้รับความนิยมมากขึ้น แม้ปฏิสัมพันธ์ที่แสดงความเป็นมิตรระหว่างพนักงานและลูกค้า (Human Touch) จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับประสบการณ์การรับประทานอาหารนอกบ้านที่ดี แต่สำหรับลูกค้าที่กลัวการติดเชื้ออาจจะเปลี่ยนใจไปชอบหุ่นยนต์ก็เป็นได้

 

Reference: Financial Times