ยล 7 สตาร์ทอัพสุดล้ำจากญี่ปุ่นใน “CEBIT ASEAN Thailand”

องค์กรส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) เตรียมนำทัพสตาร์ทอัพจากญี่ปุ่น เข้าร่วมในงาน CEBIT ASEAN Thailand 2018 นำเสนอนวัตกรรมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งพัฒนาโดยสตาร์ทอัพในประเทศญี่ปุ่น พร้อมกันนี้ในงาน CEBIT ASEAN สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ JETRO จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MoU) เพื่อกำหนดกรอบการทำงานในการส่งเสริมสตาร์ทอัพของญี่ปุ่นและไทยร่วมกันอีกด้วย

ทั้งนี้สตาร์ทอัพจากประเทศญี่ปุ่น 7 บริษัท ที่จะมาแสดงนวัตกรรม ได้แก่

  1. AI SILK สตาร์ทอัพผู้พัฒนาเส้นใยที่สามารถนำไฟฟ้าได้ โดยประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย  และความน่าสนใจอีกเรื่องคือ สามารถใช้ลดอาการเหน็บชาที่อาจเกิดขึ้นได้จากการที่กล้ามเนื้อได้รับการกระตุ้น สำหรับคนที่กังวลเรื่องประสิทธิภาพจะลดลงหรือไม่หากใยผ้าผ่านการซัก ทีม AI SILK เผยว่า เนื่องจากเส้นใยของ AI SILK พัฒนาขึ้นเพื่อกลุ่มคนรักการออกกำลังกาย ที่มักมีเหงื่อเปียกชุ่ม จึงออกแบบเส้นใยให้สามารถซักได้หลายครั้ง ทั้งนี้ทีมอยู่ระหว่างการระดมทุนเพื่อการผลิตในเชิงพาณิชย์ ที่ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. Habi*do สตาร์ทอัพที่พัฒนาแอปพลิเคชันกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรกลับมามีพลัง และเป้าหมายในการทำงานอีกครั้งผ่านแพลตฟอร์มของพวกเขา โดยเชื่อว่า การทำเช่นนั้นได้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และทำให้พนักงานรู้สึกดีกับงานที่ทำมากขึ้น
  3. Kotozna บริการแชทที่เพิ่มความสามารถในการสื่อสารระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติกับชาวเมืองให้สื่อสารกันได้แม้จะพูดกันคนละภาษาผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยในระบบเบื้องหลัง Kotozna จะดึงระบบการแปล เช่น Google Translate เข้ามาช่วย เนื่องจากสามารถแปลได้มากกว่า 100 ภาษานั่นเอง
  4. Popinc เป็นสตาร์ทอัพสัญชาติญี่ปุ่นที่จะมาแก้ไขความผิดพลาดจากการใช้กล้องโทรศัพท์มือถือ โดย Popinc พัฒนาแนวคิดใหม่ ที่ไม่ต้องกดปุ่มใดๆ เพียง “เอียง” สมาร์ตโฟน กล้องก็จะถ่ายภาพให้เลยทันที อินเทอร์เฟสดังกล่าวยังขยายการใช้งานไปยังแอปพลิเคชันด้านการดูภาพยนตร์ การใช้เอไอเสิร์ชหาสินค้าที่ต้องการ ซึ่งเหมาะสำหรับการต่อยอดในประเทศที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และโฆษณากำลังเติบโตนั่นเอง
  1. Rei Frontier Rei Frontier มาพร้อมเทคโนโลยีในการระบุตัวตนลูกค้าผ่านโลเคชั่นที่ไม่เพียงเก็บข้อมูลจาก GPS บนสมาร์ตโฟน ยังเก็บจากเซนเซอร์ต่างๆ ทุกๆ 3 วินาที เพื่อนำมาวิเคราะห์ได้ด้วย นอกจากนี้ Rei Frontier ยังมีข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคกว่า 40,000 คนให้ภาคธุรกิจนำไปใช้งาน
  2. Skydisc สำหรับ Skydisc เป็นสตาร์ทอัพมาแรงด้าน Smart Factory โดยมาพร้อมบริการด้านเอไอและ IoT แบบครบวงจร ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ได้โดยอัตโนมัติ และเป้าหมายของ Skydisc ในงานนี้คือ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ผู้ผลิตยานยนต์ อาหาร เป็นต้น
  3. Warrantee Warrantee เป็นสตาร์ทอัพด้านการตลาดที่เชื่อว่า สิ่งที่จะช่วยธุรกิจสามารถตอบโจทย์ When, Where, Who และ What ได้ ก็คือ “ข้อมูล” พวกเขาจึงนำเสนอข้อมูลที่เหมาะสมให้กับลูกค้าแต่ละรายได้ในเวลาที่ลูกค้าต้องการ ณ จุดขาย รวมถึงมีบริการเช่น การจัดส่งสินค้า, การซ่อมสินค้า ฯลฯ ให้บริการอีกด้วย

สำหรับงาน CEBIT ASEAN Thailand ในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เปิดตัวภายใต้หัวข้อ “Unlock Your Business” เพื่อเน้นย้ำและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการได้มีความตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปพัฒนาต่อยอดในการแข่งขันทางธุรกิจและบริการ โดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น  4 โซนกิจกรรมหลักที่น่าสนใจ ได้แก่ d! conomy พื้นที่แสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ d! tec พื้นที่พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนของสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ d! talk พื้นที่สัมมนาอัพเดตความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาเจาะลึกทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งบิ๊กดาต้า ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ฯลฯ d! campus พื้นที่พบปะกับผู้ร่วมอุตสาหกรรม และนำเสนอและสาธิตเทคโนโลยี โดยงาน CEBIT ASEAN Thailand 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี