ทักษะสำคัญที่จะทำให้คุณไม่ถูกหุ่นยนต์แย่งงาน

ข่าวบริษัทนั้นบริษัทนี้เลย์ออฟคนยกแผง เอาหุ่นยนต์มาแทน อ่านแล้วแสนสะพรึงว่าต่อไปเราจะตกงานกันหมด

อย่าเพิ่งตกใจ! ข่าวดีมาแล้ว เรายังพอมีทักษะที่หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ยังทำไม่ได้อยู่บ้าง

ข้อมูลจาก Jobthai.com เว็บไซต์หางาน ระบุว่ามี 3 ทักษะที่ยังช่วยให้มนุษย์เงินเดือนพอมีที่ยืน นั่นคือทักษะทางสังคม ทักษะทางอารมณ์ (emotional intelligence) และความคิดสร้างสรรค์

สาเหตุก็เป็นเพราะทั้งสามทักษะต้องใช้การเรียนรู้และการพัฒนาของสมองตามธรรมชาติของมนุษย์นั่นเอง

อย่างทักษะสังคม คนเรียนรู้ได้จากการมีปฏิสัมพันธ์กัน ผ่านการพูด ฟัง และการแสดงออก เมื่อฝึกฝนไปสักพัก เราก็จะรู้ว่าควรทำอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกดีกับเรา และทักษะทางอารมณ์ เพราะมนุษย์มีเซ้นส์ตามธรรมชาติในการจับความรู้สึกของตัวเองและของผู้อื่นได้ แล้วเมื่อเรารู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์หนึ่ง เราก็สามารถเอามาใช้ในการสร้างความสัมพันธ์กับคนนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้ สุดท้ายคือความคิดสร้างสรรค์ เพราะสมองมนุษย์ซับซ้อนและพัฒนาได้หลากหลายไร้ขีดจำกัด จึงนำไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

จะเห็นได้ว่าทักษะเหล่านี้ล้วนเกิดจากการเรียนรู้โดยธรรมชาติของมนุษย์ จึงเป็นจุดแข็งที่แม้หุ่นยนต์และ AI จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็วก็ยังทำไม่ได้ดีเท่า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เก่งในทักษะนี้ ดังนั้น เราจึงต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง รวมถึงทักษะเฉพาะด้านที่หุ่นยนต์แทนไม่ได้ เพื่อให้ในอนาคต มนุษย์และหุ่นยนต์จะสามารถอยู่ร่วมกันได้

หุ่นยนต์เป็นคู่แข่งมนุษย์ในงานที่มีรูปแบบซ้ำๆ และงานบริการเช่น พนักงานจองตั๋ว พนักงานต้อนรับ  ส่วนภาคการผลิต หุ่นยนต์อาจจะยังพัฒนาช้ากว่า ต้นทุนแพง และตัดสินใจแก้ปัญหาทางเทคนิคไม่ได้

อีกงานที่เสี่ยงคืองานที่เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคำนวน เนื่องจาก AI คำนวณข้อมูลที่ซับซ้อนได้เร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์

อาชีพเฉพาะทาง เช่น ผู้ช่วยแพทย์ ปัจจุบันแวดวงการแพทย์เริ่มนำหุ่นยนต์มาใช้งานมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการผ่าตัด ซึ่งหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์ยังมีข้อจำกัดตรงที่ไม่สามารถทำงานผ่าตัดอวัยวะสำคัญ เคสซับซ้อนที่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญและทักษะการตัดสินใจของคณะแพทย์และพยาบาลที่มีความสำคัญต่อชีวิตคนไข้

อาชีพให้คำปรึกษา เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน หุ่นยนต์ช่วยให้คำปรึกษาด้านการลงทุนผ่านซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงได้ แนะนำนักลงทุนให้จัดสรรพอร์ตเงินลงทุนได้อย่างเหมาะสมบนข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง แต่หุ่นยนต์ยังจำกัดแค่เรื่องการลงทุนทั่วไปเท่านั้น หากต้องวางแผนการเงินเชิงลึก ก็จะมีความซับซ้อนเกินกว่าที่เทคโนโลยีหรือหุ่นยนต์จะเข้าใจและตอบสนองนักลงทุนได้ตรงจุด

ในบางงาน เทคโนโลยีก็สามารถนำมาทำงานร่วมกับคนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ เช่น ใช้ AI คำนวนผลความพอใจของลูกค้า แล้วคนก็เอาข้อมูลนี้ไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่หรือพัฒนาการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีขึ้น เป็นต้น