Covid-19 ตัวเร่ง Telemedicine เกิดเป็น New Normal

เฮลธ์แคร์สตาร์อัพ ฟันธง Covid-19 ดันเทเลเฮลธ์แจ้งเกิดเป็นนิวนอร์มัล เข้าถึงประชากร 10 ล้านคน ภายใน 3-5 ปี และเชื่อมเข้าระบบรัฐสวัสดิการ-ประกันสุขภาพ

นายแพทย์จาเรน ซีว ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดอกเตอร์ รักษา จำกัด ผู้ให้บริการเทเลเฮลธ์ในไทยเมื่อสามปีที่แล้ว เล่าว่าการเกิด Covid-19 ที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม ช่วยเร่งเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้งานให้ยอมรับแอพด้านสุขภาพให้รวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้บริการเลี่ยงที่จะไปโรงพยาบาลที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น

โดยพบว่ายอดการใช้บริการเพิ่มขึ้น 3-6 เท่า หลังเกิด Covid-19 ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาของปีที่แล้วและไม่เพียงจำนวนผู้ใช้งานทั่วไปจะเพิ่มขึ้น จำนวนโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนที่ให้ความสนใจมากกว่ายี่สิบแห่งที่ใช้งานโซลูชั่นด้านเทเลเฮลธ์ของบริษัทก็เพิ่มมากขึ้นเพื่อลดจำนวนคนไข้ของโรงพยาบาล

Covid-19 เร่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้งานให้รวดเร็วขึ้นมากจากเดิมที่คาดว่าอาจต้องใช้เวลานานระดับสิบปี เพื่อให้เข้าถึง ประชากร 10 ล้านคน อาจจะร่นระยะเวลาเหลือเพียง 3-5 ปี  และปัจจุบันแพทย์ให้ความสนใจมาเข้าระบบมากขึ้น เทียบกับสามปีที่แล้วมีไม่ถึง 0.1%

ปิยดา ดลเฉลิมพรรค ประธานฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท ดอกเตอร์ รักษา จำกัด เสริมว่า บริษัทมีศูนย์รวมแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ กว่า 700 คน และมีคุณหมอที่สแตนบายตอบคำถามเฉลี่ยวันละ 70-90 คน และมีค่าบริการการใช้งานครั้งละ 200 บาทเป็นเวลา 15 นาที  ในช่วงสองปีที่ผ่านมาได้มีผู้ใช้บริการกว่า 1 แสนครั้ง และผู้ใช้งานประจำ 4 แสนราย

ช่วง Covid-19 มีกลุ่มผู้ใช้ในช่วง 50-60 ปี เพิ่มขึ้น จากกลุ่มหลักเดิมในช่วง 20-40 ปี โดยส่วนมากจะปรึกษาปัญหาผิวหนัง อายุรกรรมทั่วไปและจิตเวช ความเครียด

ทั้งนี้การใช้ระบบปรึกษาทางไกล สามารถครอบคลุมโรคทั่วไปกว่า 70% ของคนไข้ที่ไปใช้บริการแผนกผู้ป่วยนอก (OPD)  และช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้อยู่ต่างจังหวัดที่อาจไม่ได้รับโอกาสเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางมากนัก

ล่าสุดบริษัทเริ่มให้บริการเภสัชกรออนไลน์ โดยแพทย์จะออกใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ และนำส่งยาและเวชภัณฑ์ ภายในหนึ่งชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพฯ และทั่วประเทศในวันถัดไป

บริษัทเตรียมที่จะขยายพันธมิตรร่วมกับผู้ให้บริการเอ็กซเรย์และตรวจเลือด รวมถึงการทดสอบอื่นๆ เพื่อให้การวินิจฉัยระดับปฐมภูมิ หรือ Preliminary Diagnosis สมบูรณ์มากขึ้น เป็นการรวมบริการทางการแพทย์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน

นายแพทย์จาเรน  ระบุถึงแผนการระดมทุนซีรีส์บี ภายในปีนี้ เพื่อขยายตลาดอาเซียนปีหน้า โดยจะพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ที่จะจับคู่หรือแนะนำแพทย์ที่เหมาะสมกับอาการของคนไข้ได้

ปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เข้าถึงหุ้น พร้อมผู้ถือหุ้นอื่นๆ รวมห้าล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยส่วนหนึ่งมีแพทย์จากรพ.บำรุงราษฎร์ เข้ามาให้บริการกับคนไข้ของโรงพยาบาล โดยใช้แพลทฟอร์มของบริษัท

ทันตแพทย์หญิง กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ ผู้จัดการทั่วไปเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Ooca หรือ อูก้า ผู้ให้บริการจิตเวชทางไกล มากกว่าสามปี เล่าว่าหลังการเกิด Covid-19 การใช้งานของลูกค้าเพิ่มขึ้น 20% ทุกสัปดาห์ในเดือนมีนาคมและคาดว่าจะกลายเป็นที่แพร่หลายภายในสี่ปี  เช่น ในจีนเมื่อเกิดซาร์ส ทำให้เทเลเฮลธ์แจ้งเกิด

หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว อังกฤษและอเมริกาก็ให้ประชาชนใช้บริการเทเลเมดิซีน ให้สามารถเบิกจ่ายภายหลังได้ ส่วนของไทยแพทยสภาอยู่ระหว่างการพิจารณาร่างพรบ วิชาชีพเวชกรรมที่จะรองรับบริการแพทย์ทางไกล แต่ยังไม่ได้มีความคืบหน้าหรือมีการผ่านร่างกฎหมายมาบังคับใช้

เธอย้ำว่า การเปลี่ยแปลงพฤติกรรมของประชาชน ที่จะใช้งานเทเลเมดิซีน จะเป็นตัวเร่งที่สำคัญที่สุด มากกว่าการให้บริการเครือข่าย 5G และกฎระเบียบที่รองรับ

ส่วนของจุดเด่นระบบของบริษัทสามารถให้คนไข้ของเวลาปรึกษากับคุณหมอได้ล่วงหน้า ปัจจุบันบริษัทมีจิตแพทย์กว่าร้อยคนจากทั้งหมดในไทยที่มีมากกว่าพันคน โดยการใช้บริการแต่ละครั้งขั้นต่ำ 30 นาที อูก้า มีทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กรที่ให้บริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการดูแลพนักงาน รวมถึงกรมการกงศุล ที่ใช้บริการเพื่อให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศได้ปรึกษาทางไกล ทั้งนอร์เวย์ สหรัฐฯ ไต้หวัน ฮ่องกงและมาเลเซีย

เร็วๆ นี้ บริษัทจะได้ขยายใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยความร่วมมือกับอะรินแคร์ (Arincare) สตาร์ทอัพระบบริหารร้านยาออนไลน์ เพื่อจัดส่งยาออนไลน์ หรือให้ผู้ป่วยสามารถไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านได้โดยสะดวก

ด้านนพ.ปณต ประพันธ์ศิลป์ ผู้ร่วมก่อตั้ง See Doctor Now Panote Prapansilp เล่าว่า Covid-19 สร้างการปรับเปลี่ยนชุดความคิดหรือมายด์เซ็ทของทั้งผู้ป่วยและผู้ให้บริการทางการแพทย์ ที่จะปรับใช้การแพทย์ทางไกล ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“เชื่อว่า Covid-19 จะอยู่กับเราไปอีกนาน การมีระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากาก ความสะอาดของมือ และการแพทย์ทางไกล จะกลายเป็นนิวนอร์มัล”