“Work From Home” นิวนอร์มอล ยุค Covid-19 และตลอดไป

การระบาดของไวรัสโคโรน่าส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มใช้แนวทาง “ทำงานที่บ้าน” และบางบริษัทก็จะใช้แนวทางนี้อย่างถาวร

บริษัทใหญ่ๆหลายรายมีแผนที่จะให้พนักงานทำงานที่บ้านถาวร แม้จะเป็นยุคหลังโรคระบาดก็ตาม การทำงานที่บ้านจึงน่าจะกลายเป็นนิวนอร์มอลวิถีใหม่สำหรับบางบริษัท

 

เฟซบุ๊ก (Facebook)

มาร์ค ซัคเคอร์เบอร์ก กล่าวว่าภายใน 5-10 ปีข้างหน้า พนักงานเฟซบุ๊กราว 50 เปอร์เซนต์จะสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เขาเสนอแนวคิดที่ตอบสนองความความพึงพอใจของพนักงาน ขณะเดียวกันก็เป็นความพยายามที่จะสร้างฐานความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น

“เมื่อคุณจำกัดการจ้างคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ไม่กี่เมือง หรือคนที่จะเต็มใจที่จะอพยพเข้าเมืองใหญ่ นั่นก็เป็นการตัดโอกาสผู้คนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในชุมชนแตกต่างกัน มีภูมิหลังและมุมมองที่หลากหลายไม่เหมือนกัน” ซัคเคอร์เบอร์กกล่าวผ่านไลฟ์สตรีมหน้าเพจเฟซบุ๊ก

 

ทวิตเตอร์ (Twitter)

ทวิตเตอร์จะอนุญาตให้พนักงานบางส่วนทำงานที่บ้านตลอดไปถ้าพนักงานเลือกเช่นนั้น

โดยบริษัทไม่ได้ระบุว่าตำแหน่งงานไหนบ้างที่เหมาะทำงานที่บ้าน แต่ทวิตเตอร์กล่าวว่าประสบการณ์การทำงานที่บ้านในช่วงหลายเดือนทีผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการทำงานที่บ้านเป็นเวลานานก็ได้ผลดีเช่นกัน

“ถ้าพนักงานของเราอยู่ในบทบาทงานและสถานการณ์ที่สามารถทำจากที่บ้านได้และพวกเขาต้องการจะทำต่อตลอดไป เราก็ยินดี แต่ถ้าเขาไม่ต้องการ ออฟฟิศเราก็ต้อนรับ แต่ก็ต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่าออฟฟิศมีความปลอดภัยเมื่อสถานการณ์พร้อมให้คนกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ” เจนนิเฟอร์ คริสตี้ รองประธานฝ่ายบุคคลของทวิตเตอร์กล่าวกับซีเอ็นเอ็น บิสสิเนส

 

สแควร์ (Square)

แจ็ค ดอร์ซี่ ซีอีโอของทวิตเตอร์และสแควร์ วางแผนที่จะอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้เมื่อโรคระบาดผ่านพ้นไปแล้ว

สแควร์ต้องการให้พนักงานทำงานในสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับพวกเขา

“ในอนาคต ชาวสแควร์สามารถทำงานที่บ้านได้ถาวร แม้ว่าบริษัทจะกลับมาเปิดแล้วก็ตาม ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เราเห็นว่ามีอะไรบ้างที่พนักงานของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลโดยไม่จำเป็นต้องทำที่ออฟฟิศ” โฆษกของบริษัทสแควร์กล่าว

 

ชอปปิไฟ  (Shopify) 

โทบี ลูทเค ซีอีโอบริษัทชอปปิไฟ กล่าวว่าโลกของการทำงานได้กลับตาลปัตแล้ว เขาทวีตว่า “การทำงานที่ออฟฟิสนั้นจบแล้ว ปัจจุบัน ชอปปิไฟ คือบริษัทดิจิทัลโดยสมบูรณ์”

ลูทเคกล่าวว่าชอปปิไฟ ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มอีคอมเมอร์ซสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจะปิดออฟฟิศไปจนถึงปี 2021 ในปีนี้บริษัทจะปรับที่ทำงานใหม่ให้เข้ากับบริบทที่เปลี่ยนไปนี้ หลังจากนี้ พนักงานส่วนใหญ่จะทำงานจากบ้านอย่างถาวร

“ก่อนหน้านี้ การทำงานเกิดขึ้นในออฟฟิศ แต่เราก็มักจะมีพนักงานที่ไม่ได้ทำงานในออฟฟิศเสมอ โดยพวกเขาใช้อินเตอร์เน็ทเชื่อมโยงกับออฟฟิศ ซึ่งตอนนี้จะกลับด้านกัน โดยออฟฟิสในอนาคตจะเสมือนเป็นทางเข้าที่ทำงานดิจิทัลที่คนทำงานสามารถเข้าถึงผ่านระบบจากที่บ้าน”

 

กรุ๊ปพีเอสเอ (Group PSA) 

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของฝรั่งเศสประกาศ “ยุคใหม่ของความคล่องตัว” ที่นับจากนี้ไป พนักงานที่ไม่ได้อยู่ในฝ่ายการผลิตของบริษัทจะทำงานจากที่บ้านได้

“ด้วยประสบการณ์เชิงบวกและมาตรการที่มีประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤต Covid-19 กรุ๊ปพีเอสเอตัดสินใจสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบการทำงานทางไกลสำหรับทุกตำแหน่งงานที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสายการผลิต

โดยบริษัทวางแผนออกแบบออฟฟิศใหม่เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบพบปะบุคคลเฉพาะที่จำเป็น แต่จะลดพื้นที่ใช้สอยลง ทั้งนี้บริษัทกล่าวว่าจะทำให้พนักงานมีสมดุลย์การใช้ชีวิตและการทำงานดีขึ้น รวมทั้งการเดินทางง่ายขึ้นด้วย

บริษัทพีเอสเอ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์เปอร์โยต์ ซีทรอน ดีเอส โอเปิลและโวฮอล เปิดเผยว่าแผนใหม่การทำงานที่บ้านนี้จะนำมาใช้ในช่วงฤดูร้อนนี้

 

บ๊อกซ์ (BOX) 

แอรอน เลวี่ ซีอีโอบริษัทบ๊อกซ์ ผู้ให้บริการคลาวน์สตอเรจ ได้โพสต์ผ่านบล็อคว่าจากนี้จนถึงปลายปี 2020 พนักงานบริษัทเกือบ 2,000 คนทำงานจากที่ใดก็ได้

โดยช่วงก่อนเกิดไวรัสระบาด เขากล่าวว่าประมาณ 15 เปอร์เซนต์ของพนักงานทำงานนอกออฟฟิศ ซึ่งคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้น “ถึงกระนั้น เราก็ยังเห็นความสำคัญของการมีออฟฟิศที่ซึ่งให้คนสามารถสื่อสารกันโดยตรง มีการอบรม การสร้างเครือข่ายและความคิดสร้างสรรค์ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าอนาคตของเราจะเป็นลักษณะการผสมผสาน หรือไฮบริด”

เลวี่กล่าวว่า ในอนาคตการประชุมพนักงานรายสัปดาห์จะยังคงทำผ่านระบบ “เสมือนจริงเต็มรูปแบบ”  โดยบริษัทก็จะจัดสรรค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งสำหรับพนักงานเพื่อช่วยปรับปรุงระบบการทำงานที่บ้าน

 

Reference: CNN Business