เหตุผลที่เอ็นวิเดียเพิ่มการลงทุนในหุ่นยนต์บ้าน

เมื่อพูดถึงเอ็นวิเดีย (NVIDIA) คนส่วนใหญ่จะนึกถึงตัวประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู สุดล้ำ และด้วยพลังแห่งการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพของจีพียู และการเชื่อมโยงกับโซลูชั่นปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำยุคของเอ็นวีเดีย ทำให้เทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งนี้ขยายแอปพลิเคชันออกไปอีกมากมายที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัท

และเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เอ็นวิเดีย ได้เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์หุ่นยนต์ ในซีแอตเติล ด้วยจุดมุ่งหมาย “ขับเคลื่อนงานวิจัยหุ่นยนต์ที่จะทำให้เกิดหุ่นยนต์ในยุคหน้าที่สามารถทำงานซับซ้อน ให้ทำงานอย่างปลอดภัยเคียงข้างกับมนุษย์ได้ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรม ชอย่างการผลิตโลจิสติกส์​เฮลธ์แคร์ และอื่น ๆ หุ่นยนต์ได้มีการใช้งานแล้วในอุตสาหกรรมเหล่านี้ ทว่าจนถึงขณะนี้ ยังถูกจำกัดการใช้งานที่ต้องทำซ้ำ ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้อย่างแน่นหนา และนี่คือสิ่งที่เอ็นวีเดียหวังที่จะเปลี่ยนแปลง”

ทั้งหมดเริ่มต้นในครัว

ห้องแล็บใหม่ปัจจุบันมีโครงการวิจัยมากกว่า 10 โครงการ ข้อมูลจากนายเดียเตอร์ ฟ็อกซ์​ ผู้อำนวยการอาวุโสส่วนงานวิจัยหุ่นยนต์ ระบุว่า งานหลักของเขาเกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานเคียงข้างไปกับมนุษย์ หลักฐานที่มาสนับสนุนในโครงการสุดล้ำนี้ก็คือ “kitchen manipulator” ผู้จัดการภายในครัว -ใช้เอไอและดีปเลิร์นนิ่งในการค้นหา ติดตาม และจัดการสิ่งของต่าง ๆ ในครัว แต่ความสามารถของหุ่นยนต์ห้องครัวของเอ็นวิเดียยังค่อนข้างจำกัด

จนถึงตอนนี้ บริษัทได้สาธิตการใช้งานแบบง่าย ๆ เช่น เปิดและปิดลิ้นชัก และติดตามพร้อมวางของบนเคาน์เตอร์ ซึ่งห้องครัวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่จะเพิ่มระดับความยากของงาน

บล็อกโพสต์ของเอ็นวิเดียเผยว่า “ฟอกซ์มองว่าห้องครัวเป็นแพลตฟอร์มที่พร้อมที่สุดที่จะใช้ทดสอบ ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างชัดเจน ที่เอื้อให้มีตัวแปรใหม่ ๆ เพิ่มเติมให้กับหุ่นยนต์ ที่รับมือกับงานที่ซับซ้อนเพิ่ม เช่น การจัดการกับสิ่งของที่ไม่รู้จัก หรือการช่วยคนที่กำลังทำอาหาร”

ฟอกซ์ชี้ว่าเป้าหมายปลายทางก็คือต้องการสร้าง “ผู้จัดการอัจฉริยะที่สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมแบบเปิด ที่ทุกสิ่งไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับ”

เอ็นวิเดียไม่โดดเดี่ยว

เอ็นวิเดียไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่ทำงานแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เช่น iRobot ที่ได้ขายไปหลายสิบล้าน หุ่นยนต์เครื่องดูดฝุ่น Roomba ในรุ่นล่าสุดที่สามารถเข้าใจเส้นทางแผนที่และ “จดจำ” หลายชั้นในบ้านใด ๆ และสามารถเทขยะในตัวเองได้นับสัปดาห์​โดยที่ไม่ต้องให้คนเข้ามาช่วย และ Roombas ของ iRobot จะเห็นว่าไม่มีแขน โดย iRobot ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจน

ส่วนของการลงทุนงานวิจัยและพัฒนาจะทุ่มเทกับเทคโนโลยีหลัก ๆ ที่ล้ำหน้า เช่น การจัดการสิ่งของ และนำทางไปสู่หุ่นยนต์บ้านแห่งอนาคตต ล่าสุดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทสร้างพันธมิตรใหม่กับ อัลฟาเบ็ท กูเกิล ที่เน้นการเชื่อมหุ่นยนต์กับเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม

สิ่งที่นักลงทุน ควร (และไม่ควร) คาดหวังกับเอ็นวิเดีย

เอ็นวิเดียไม่มีแผนจะขายหุ่นยนต์ทำครัวในอนาคตอันใกล้ นาธาน ราทิฟฟ์ นักวิทยาศาสตร์วิจัยของเอ็นวิเดีย ระบุในวิดีโอโครงการความยาว 2 นาที ว่า “เราได้พัฒนาระบบนี้เป็นต้นแบบให้กลุ่มอื่นสามารถนำไปใช้ได้ เราตั้งใจจะแบ่งปันไปยังคอมมูนิตี้ของการวิจัยในวงกว้าง เพื่อให้พวกเขาได้ต่อยอดบนงานวิจัยนี้ได้ ” พูดง่าย ๆ ก็คือ เอ็นวิเดียจะใช้งานวิจัยเหล่านี้ทำให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์กว้างขวางขึ้น และในทางกลับกัน ก็เพิ่มยอดขายจีพียูที่ทำให้นวัตกรรมเหล่านี้เป็นไปได้ แต่ก็เช่นเดียวกัน บริษัทได้เสนอ Drive แพลตฟอร์มให้กับพันธมิตรที่ทำด้านการขับเคลื่อน

ในที่สุด เอ็นวิเดียก็อาจออกแบบและขายแพลตฟอร์มหุ่นยนต์นี้ไปยังพันธมิตรในการร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในช่วงเริ่มต้นนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร หรือโอกาสที่จะสร้างรายได้เพิ่มเติมจะเป็นรูปแบบใด

อ้างอิง: Motley Fool